บทที่ 3
ต่อจากนั้น นายดอกบัวใต้น้ำ ก็จำแม่นขึ้นใจ เป็นอันว่าได้บรรลุธรรมข้อ “โลภะ และ โทสะ” ได้เป็นอย่างดีทีเดียว
ทุก ๆ วัน นายดอกบัวใต้น้ำ ช่วยเขาผ่าฟืนตักน้ำตามที่ตนถนัดมือตลอดเวลาหลาย ๆ เดือน ทุกเช้าเย็นภิกษุสามเณรหมดทั้งวัดต้องลงโบสถ์สวดมนต์ คือ สาธยาย วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร (กิมกังเก็งฯ) และ ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร (ซิมเก็ง) ซึ่งนิกายเซ็นถือว่า พระคัมภีร์ 2 เล่มนี้สำคัญที่สุดของเซ็น ถึงแม้ศิษย์ที่อ่านหนังสือไม่ออกก็ยังต้องมานั่งฟังพร้อม ๆ กันทุกเช้า – เย็น ฟังไปนาน ๆ จิตอาจจะเกิดความสว่างไสวแวบขึ้นมา ในขณะใดขณะหนึ่ง แล้วอาจจะบรรลุธรรมก็ได้เหมือนกัน ใจความของพระสูตรสรุปย่อสั้น ๆ ได้ดังนี้
“ให้ขันธ์ 5 เป็นทาน
สูงกว่าเงินทองเป็นทาน
พิจารณาขันธ์ 5 ให้ว่าง
ทุกข์ทั้งปวงจะดับหมด”
อยู่มาวันหนึ่ง ท่านพ่อเรียกประชุมสานุศิษย์แสดงธรรมเรื่อง
“ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร” ท่านกล่าวว่า คัมภีร์นี้สำคัญมากสำหรับนิกายเซ็น (ฌาน) เป็นสูตรที่รวมเอาใจความของพระธรรมทั้งหลายมาอยู่ในสูตรนี้สูตรเดียว ถ้าผู้ใดได้ศึกษาและฟังเข้าใจแล้วนำไปปฏิบัติจะพ้นทุกข์ในวัฏฏะแน่นอน ต่อไปนี้ขอให้เจ้าทั้งหลายจงตั้งใจฟังให้ดี ๆ
“ธรรมะทั้งปวงมีความว่างเป็นลักษณะ แต่ความว่างก็มิใช่ธรรมะ ธรรมะก็มิใช่ความว่าง” ท่านเทศน์ต่อไปเรื่อย ๆ มีใจความตอนหนึ่งว่า
“ธรรมะที่แท้จริงนั้น ไม่มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และไม่มี รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะและธรรมารมณ์ ไม่มีจนกระทั่ง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค การเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายเหล่านี้อีกด้วย”นายดอกบัวใต้น้ำ วันนี้ตั้งใจฟังเป็นพิเศษ พอได้ยินท่านพ่อพูดมาถึงประโยคที่ว่าไม่มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เกิดความคิดแวบ ! ขึ้นมาว่า เอ๊ะ ! เรานี่มันก็มีครบทุกอย่างนี่นา...ทำไมท่านพ่อจึงว่าไม่มี....ประเดี๋ยวจะต้องถามให้สิ้นความสงสัยเสียที พอเทศน์จบศิษย์ก็ยกน้ำชาเข้าไปถวายแล้วถามขึ้นว่า “เมื่อตอนที่ท่านหลวงพ่อพูดว่า ไม่มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้น ผมรู้สึกว่าผมก็มีครบทุกอย่างนี่ครับ ! หลวงพ่อ”
ฝ่าย
ท่านพ่อ พอได้ยินศิษย์โง่ถามขึ้นมาอย่างนี้ ก็หยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาซดฮวก! ฮวก!! แล้วก็ยิ้มน้อย ๆ นึกในใจว่า วันนี้ไม่เสียแรงที่เราขึ้นเทศน์เลย ศิษย์อื่นจะเข้าใจธรรมทั้งหมดนั้นไม่สำคัญ เพราะปัญญาบารมีของเขาได้สร้างสมไว้ พอที่จะรู้หรือปฏิบัติธรรมได้ ส่วนเจ้าพ่อ นายดอกบัวใต้น้ำ นั่นซิ! เราหนักใจมานานเต็มทนแล้ว วันนี้แกเกิดสงสัยในข้อธรรมขึ้นมา นับว่าเป็นความก้าวหน้าในการสอนของเราขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งทีเดียว!
ท่านพ่อ จึงตอบว่า “เดี๋ยวก่อน! เมื่อตะกี้นี้เจ้าพูดว่าเจ้ามีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนเหมือนกับเขาทั้งหลายแล้วซิ! ทีนี้ขอให้เจ้าจงใช้ปัญญาของเจ้าเองพิจารณาต่อไปว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็นของเจ้าเองแท้จริงตลอดไปหรือเปล่า?”
จากนี้อีกปีเศษ นายดอกบัวใต้น้ำ นั่งครุ่นคิดอยู่เองว่า เรามาอยู่ในวัดนี้ได้ธรรมที่จำได้จริง ๆ ซาบซึ้งจนไม่มีวันลืม ก็คือ ตัว “โลภะ” หมวกหาย “โทสะ” ถูกหวดสันหลังอย่างแรง 3 ที ตากละอองหิมะ 3 ชั่วโมง
ต่อไปยังมีตัว “โมหะ” อีกตัวหนึ่ง ท่านพ่อยังไม่ได้สอนให้แก่เรา ซึ่งอาจารย์องค์ก่อนท่านเคยบอกไว้ว่าตัวนี้สำคัญที่สุด ถ้าใครรู้หรือเข้าใจเพียงตัวเดียวนี้เท่านั้น ก็อาจจะเข้าใจธรรมทั้งหมดก็ว่าได้ คิดจะไปเรียนถามท่านพ่อให้จบเรื่องกันเสียที แต่ก็ไม่ค่อยจะกล้า เพราะไม่รู้ว่าจะโดนหวดเหมือนครั้งก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้? คิด ๆ ไปก็อึดอัดใจตัวเอง คงจะเป็นเพราะที่เรายากจนไม่ได้เรียนหนังสือเป็นแน่.... มันจึงโง่กว่าคนอื่น ๆ เขา กรรมโว้ย ! กรรม – ของเราเองแท้ๆ เฮ้อ!