เพิ่มเติมอาจารย์อ๋อนิดนึงนะครับ ที่ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านสอนนั้น สามารถอ้างอิงตามพระไตรปิฎกได้ดังนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลาป่า
มหาวัน ใกล้เมืองเวสาลี ครั้งนั้นแล ภัททิยลิจฉวีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึง
ที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถาม
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับมาดังนี้ว่า พระ-
*สมณโคดมทรงมีมายา ย่อมทรงรู้มายาเครื่องกลับใจสาวกของพวกอัญญเดียรถีย์ให้
มานับถือ พวกเขาเหล่านั้นพากันกล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมทรงมีมายา ย่อม
ทรงรู้มายาเครื่องกลับใจสาวกของพวกอัญญเดียรถีย์ให้มานับถือ ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ คนเหล่านั้นเป็นอันกล่าวตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสแลหรือ ไม่ได้กล่าว
ตู่พระผู้มีพระภาคด้วยคำไม่เป็นจริง ย่อมพยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม และการ
คล้อยตาม วาทะอันชอบแก่เหตุไรๆ ย่อมไม่มาถึงฐานะอันควรติเตียนแลหรือ
แท้จริง ข้าพระองค์ไม่ประสงค์จะกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคเลย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภัททิยะ ท่านจงมาเถิด
ท่านทั้งหลายอย่าได้ถือโดย ฟังตามกันมา
อย่าได้ถือโดย สืบต่อกันมา
อย่าได้ถือโดยตื่นข่าว
อย่าได้ถือโดยอ้างตำรา
อย่าได้ถือโดยนึกเดาเอาเอง
อย่าได้ถือโดยคาดคะเน
อย่าได้ถือโดยตรึกตามอาการ
อย่าได้ถือโดยชอบใจว่าถูกกับลัทธิของตน
อย่าได้ถือโดยเชื่อว่าสมณะเป็นครูของเรา ดูกรภัททิยะ เมื่อใด
ท่านพึงรู้ได้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล ธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่า
นี้อันวิญญูชนติเตียน ธรรมเหล่านี้อันบุคคลสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว ย่อมเป็นไป
เพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายพึงละเสียเถิด
ข้อความตัวหนานั้น ถ้าผมจำไม่ผิด คือ กาลามสูตร
ผมเคยอ่านพระไตรปิฎกฉบับอื่น จะแยกออกเป็นข้อเลย แต่ในฉบับนี้ไม่มี ผมงงเหมือนกัน
ผมสงสัยในส่วนของคำสอนที่ท่านพุทธทาสสอนไว้ว่า
อย่ารับถือเอามาเป็นหลักปฏิบัติ เพราะมีอ้างในปิฏก เพราะเดียวนี้เรากล่าวอ้าง อะไรก็พระไตรปิฏก ทั้งๆที่ค่อยมีใครรู้จริงเมื่อกล่าวอ้าง ทำให้เป็นที่เสื่อมเสียและขัดต่อคำสอนของพุทธองค์
ผมคาดว่าจะตรงกับหัวข้อที่ว่า อย่าได้ถือโดยอ้างตำรา ซึ่งผมสงสัยนิดนึงตรงที่ว่าเหตุใดจึงไม่ควรอ้างถึงพระไตรปิฎกครับ เพราะจะว่าไปก็เหมือนเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันซึ่งหนังสือตำราที่มีการเขียนขึ้นมาใหม่ภายหลังนั้น อาจผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้ อาจเพราะพิมพ์ผิด ตีความผิด เข้าใจผิด สื่อความหมายโดยอ้างอิงกับความรู้สึกผู้เขียน จึงทำให้ไม่ตรงกับความจริงไปได้ จริงๆแล้วพระไตรปิฎกก็มีหลายฉบับ สืบทอดกันมา ก็อาจเกิดความผิดพลาดได้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่านะครับที่ท่านพุทธทาสสอนนั้นคือไม่ควรยึดถือเป็นหลักปฎิบัติ จากพระไตรปิฎกในปัจจุบัน แต่หากได้พบพระไตรปิฎกฉบับแรกเลยที่ เรียบเรียงขึ้นโดย พระอานนต์ น่าจะเชื่อถือได้ใช่ไหมครับ
ซึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นท่านสอนให้เราไม่ให้เชื่อทันทีที่ได้รับข้อมูลมาแต่ให้ใช้ปัญญาตรึกตรองเสียก่อน แล้วจึงเชื่อ ซึ่งปัญญาที่มีจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการสั่งสมความรู้โดยสัมผัสทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
และหากเรายึดถือเป็นหลักปฎิบัติแล้วก็มิใช่ว่าจะยึดถือได้ตลอดไปอีกเพราะเรายังมิได้ ญาณรู้แจ้ง ซึ่งสิ่งที่เราคิดว่าใช่ คิดว่าถูก เวลาผ่านไปอาจไม่ถูกแล้วก็ได้ นั่นคือต้องใช้ปัญญาตรึกตรองอยู่เสมอ แต่ความจริงที่ยึดถือได้แน่นอนและไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเลยคือ ความจริงอันประเสริฐ หรือ อริยสัจ 4 ซึ่งหากปฏิบัติตามแล้วย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงแน่นอน ( ตัวผมเองยังทำไม่ได้หมดเลย )
พอก่อนดีกว่า ยิ่งพิมพ์ยิ่งเพลิน นอกเรื่องไปไกลแล้ว

รบกวนอาจารย์อ๋อ ตอบทีนะครับว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่า ขอบคุณครับ