อ๋อซียูดอทเน็ต - aurseeyou.net

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ปฏิบัติกันเถอะ  (อ่าน 23382 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Nong-Am

  • Apprentice #8
  • Jr. Member
  • ***
  • กระทู้: 57
  • Karma: +0/-1
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 09:08:22 PM »
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

elefriend

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2008, 04:17:30 PM »
โห ยากเนอะ พยายามทำให้ทุกอย่างสงบ เพื่อใช้พิจารณา จิต อย่างมีสติเนี่ย

เฮ้ย ...

สู้ ๆ ครับ ทุกท่าน

jarutwat_k

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: กันยายน 12, 2008, 02:57:14 PM »
ไว้ผมจะลองทำดูครับ เพราะจะทำให้จิตใจของเราสงบขึ้นได้ ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นๆมาก

ออฟไลน์ goodmom

  • Apprentice, Sr.
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 69
  • Karma: +0/-0
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: กันยายน 15, 2008, 11:43:04 PM »
เคยลองปฏิบัติแล้วไม่สำเร็จ  แต่ผลพลอยได้ทำให้ใจเย็นขึ้น  โกรธน้อยลง  รู้จักปล่อยวาง

ออฟไลน์ kaew-kk

  • Apprentice, Sr.
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 310
  • Karma: +13/-1
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2008, 01:00:09 AM »
พี่อ๋อ....อยากจะตัดตัวเองออกจากทุกๆคนมากๆเลย....เหนื่อยสุดๆ...ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลย...มีเวลาเป็นของตัวเองก็ตอนที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว......ไม่มีแม้กระทั่งเวลาจะกินข้าวแบบสบายๆ...ไม่เวลาดู TV ...นั่งนิ่งๆ..อยู่กับตัว....นอนฆ่าเวลาเหมือนคนอื่นๆ....ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทุกวันนี้ทำไมต้องทำอะไรต่ออะไรมากมายขนาดนี้  ทำไมต้องแบกชีวิตของคนอื่นมากมายขนาดนี้....เดี่ยวลูกน้องเรียก.....เดี่ยวลูกค้าโทร....เดี๋ยวแม่อยากให้ช่วยเหลือน้า....เดี๋ยวพ่ออยากให้ช่วยเหลืออา....หาให้คนในบ้านอยู่สุขสบายยังไม่พอ..ต้องเผื่อคนอื่นอีก.....เดี๋ยวลูกร้องอยากอยู่กับเรา.....เดี๋ยวสามีก็งอนเพระเราไม่มีเวลาให้ลูกและสามี....เดี๋ยวแม่สามีก็ด่าฝากมาว่าไม่ดูแลครอบครัว.....เดี๋ยวน้องก็สร้างแต่ปัญหามาให้.....แล้วตัวเรามีชีวิตเป็นของเราตรงไหน....ไม่มีอะไรเป็นของเราเลยซักนิด....แม้แต่....เวลา    จริงๆเลยนะที่พี่อ๋อที่พี่อ๋อทายให้ตอนที่เรียนแปลนน่ะถูกมากๆเลย     แต่ก่อนคิดอย่างเดียวว่ามันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลทุกคน...ทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดวัน....แต่ตอนนี้ต้องทำทุกอย่าง...ทำ...ทำ...และก็ทำ.....มันเหนื่อยและล้ามากๆเลยพี่   จากที่เคยเป็นพนักงานเงินเดือน 12,000 บาท  เลี้ยงดูพ่อ-แม่-น้อง  จนทุกวันนี้ต้องหาเงินให้ได้เดือนละเป็นแสนๆ....และต้องดุแลลูก...สามี...ลูกน้อง...และพี่น้องของพ่อ-แม่   คนก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้น....แต่เรารู้สึกว่าเราหนักเหลือเกินอยากจะหยุดพักผ่อนสักวัน....ยังไม่มีเวลา....ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า..ทุกวันนี้..คนเราเกิดมาเพื่ออะไร....และทำเพื่ออะไร...และทำไมต้องทำ...

ออฟไลน์ ตะวัน*

  • Apprentice, Sr.
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 953
  • Karma: +50/-5
  • กรุ๊งกริ๊ง !
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2008, 01:06:40 AM »
เข้าใจพี่แก้วนะครับ เป็นกำลังใจให้พี่แก้วนะครับ

pomphet

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2008, 10:26:41 AM »
ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำดี ๆ
มีกำลังขึ้นอีกเยอะในการฝึกสมาธิ
เพราะตอนนี้กำลังหาทางกลับบ้านอยู่
ยังกลับบ้านไม่ถูกครับ จะพยายามต่อไป
และจะพยายามให้มากขึ้นครับ

บุญรักษานะครับ

jeapja

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2008, 11:22:43 PM »
ขอบคุณคะที่ทำให้รู้ว่ายังมีสิ่งดีๆ ในชีวิตที่ต้องปฏิบัติ :D

Panda09

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2008, 07:20:24 PM »
ต้องขอขอบคุณจริงๆเลยค่ะ

กำลังมีปัญหา กลุ้มใจ เครียดอย่างหนัก  ด้วยความทุกข์จากการที่ตัวเองหยิบมีดเล่มนั้นมาแทงตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้จักปล่อยวางมันลง 

แต่เมื่อมาอ่านกระทู้ ก้อให้รู้สึกสงบขึ้น  สติเริ่มกลับคืนมา  ต้องขอบคุณจริงๆที่ให้แนวทางออกแก่ความคิดของตนเองได้

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Aur

  • Fengshui Master
  • Hero Member
  • ******
  • กระทู้: 1098
  • Karma: +314/-39
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2008, 10:14:58 PM »
พี่อ๋อ....อยากจะตัดตัวเองออกจากทุกๆคนมากๆเลย....เหนื่อยสุดๆ...ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลย...มีเวลาเป็นของตัวเองก็ตอนที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว......ไม่มีแม้กระทั่งเวลาจะกินข้าวแบบสบายๆ...ไม่เวลาดู TV ...นั่งนิ่งๆ..อยู่กับตัว....นอนฆ่าเวลาเหมือนคนอื่นๆ....ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทุกวันนี้ทำไมต้องทำอะไรต่ออะไรมากมายขนาดนี้  ทำไมต้องแบกชีวิตของคนอื่นมากมายขนาดนี้....เดี่ยวลูกน้องเรียก.....เดี่ยวลูกค้าโทร....เดี๋ยวแม่อยากให้ช่วยเหลือน้า....เดี๋ยวพ่ออยากให้ช่วยเหลืออา....หาให้คนในบ้านอยู่สุขสบายยังไม่พอ..ต้องเผื่อคนอื่นอีก.....เดี๋ยวลูกร้องอยากอยู่กับเรา.....เดี๋ยวสามีก็งอนเพระเราไม่มีเวลาให้ลูกและสามี....เดี๋ยวแม่สามีก็ด่าฝากมาว่าไม่ดูแลครอบครัว.....เดี๋ยวน้องก็สร้างแต่ปัญหามาให้.....แล้วตัวเรามีชีวิตเป็นของเราตรงไหน....ไม่มีอะไรเป็นของเราเลยซักนิด....แม้แต่....เวลา    จริงๆเลยนะที่พี่อ๋อที่พี่อ๋อทายให้ตอนที่เรียนแปลนน่ะถูกมากๆเลย     แต่ก่อนคิดอย่างเดียวว่ามันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลทุกคน...ทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดวัน....แต่ตอนนี้ต้องทำทุกอย่าง...ทำ...ทำ...และก็ทำ.....มันเหนื่อยและล้ามากๆเลยพี่   จากที่เคยเป็นพนักงานเงินเดือน 12,000 บาท  เลี้ยงดูพ่อ-แม่-น้อง  จนทุกวันนี้ต้องหาเงินให้ได้เดือนละเป็นแสนๆ....และต้องดุแลลูก...สามี...ลูกน้อง...และพี่น้องของพ่อ-แม่   คนก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้น....แต่เรารู้สึกว่าเราหนักเหลือเกินอยากจะหยุดพักผ่อนสักวัน....ยังไม่มีเวลา....ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า..ทุกวันนี้..คนเราเกิดมาเพื่ออะไร....และทำเพื่ออะไร...และทำไมต้องทำ...
ตอนแรกที่อ่านคิดว่า Copy เรื่องเรามา เหมือนมากๆ ราวกับเป็นเรื่องของตนเอง เพียงแต่พี่อ๋อคิดต่างกับคุณนิดในตอนจบนะ ลองเอาความคิดพี่อ๋อไปใช้บ้างไหม พี่อ๋อคิดเหมือนคุณเลยในบางครั้งว่าทำไปทำไม ทำไมต้องทำเหนื่อยทำไม ถ้าทำเหมือนคนอื่นเป็นคนดีให้น้อยหน่อยเลวมากหน่อยอาจจะไม่ต้องเหนื่อยอย่างทุกวันนี้ แต่พอมองหน้าลูกก็รู้สึกว่าทำไม่ได้ถ้าเราเป็นแม่ยังทำไม่ดีแล้วจะเป็นตัวอย่างให้เค้าภูมิใจได้ไง อีกอย่างถึงจะเหนื่อยแต่ในบางเวลาก็ชื่นใจที่มีพวกเค้าอย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ถึงแม้จะเหนื่อยจะล้า แต่อย่างน้อยก็มีคนเห็นคุณค่า อยากให้เราอยู่ด้วยอยากให้เรารับผิดชอบ ดีกว่าชีวิตบางคนที่แม้จะคิดทำเพื่อใครหรืออะไรยังทำไม่ได้เลย พี่อ๋อชอบคิดว่าตราบใดที่เรายังช่วยคนอื่นได้ตราบนั้นเรายังไม่ลำบาก และถ้าพูดกันจริงๆ ตอนเกิดมาเสื้อผ้ายังไม่มีเลยวันนี้นอกจากเสื้อผ้้าแล้วยังมีสิ่งต่างๆมากมาย ถึงแม้มันจะไปอยู่ในจุดที่เลวร้ายที่สุด​ ณ ตอนนี้ก็ยังดีกว่าตอนที่เราพึ่งเริ่ม เพราะตอนนั้นไม่มีแม้ประสบการณ์ แต่วันนี้เราเรียนรู้เรา เข้าใจ และเรารู้วิธีที่จะเดินต่อไปพร้อมๆกับคนที่เรารัก อย่างน้อยเมื่อลูกโตขึ้นก็พูดได้ว่า แม่เก่ง

edek_baa

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2008, 03:06:57 PM »
  สวัสดีค่พี่อ๋อและทีมงานทุกคนค่ะนู๋เพิ่งเข้ามาเป็นครั้งแรก...

เมื่อหลายวันก่อนนู๋ได้ฟังคลื่นE FM แล้วฟังพี่อ๋อพูดคุยกับอาไก่และอาตุ่ย  มีสาระมากเลยค่ะ

ทำให้นู๋เริ่มมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ขึ้นมาค่ะ  โดยเฉพาะเริ่มเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและการทำบุญแผ่เมตตา

ถ้านู๋มีข้อสงสัยอะไรรบกวนพี่อ๋อกับทีมงานช่วยตอบด้วยนะคะ....ขอบคุณล่วงหน้ามากๆค่ะ

tanapon1234

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2008, 08:49:35 PM »
อยากให้พี่ๆลองเข้า เว็บไซต์ www.wimutti.net ของหลวงพ่อปราโมชย์ดูนะครับ ไปโหลดซีดีมาฟังดู
ดีมากๆครับ อยากให้ทุกคนลองดูจิตกันดู ผมเพิ่งปฎิบัติมาได้ 4 เดือนครับ แต่ก้เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง
ในตัวเอง เห็นกิเลสตัวเองมากขึ้น รู้ตัวว่าโกรธ เศร้า ดีใจ เสียใจ
เอาบุญมาบอกครับ
อยากให้ทุกคนลองฝึก วิปัสสนากรรมฐาน   ก่อนที่สิ่งดีๆเหล่านี้จะเลือนหายไปกับกาลเวลา

Character8th

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2008, 04:04:30 PM »
ถึงเพื่อนๆ  ดีใจนะที่เห็นสมาชิกท่านหนึ่งได้ส่ง web "Wimutti" เพราะกะว่าจะส่งให้อยู่เหมือนกัน เราได้เริ่มสนใจธรรมะมาเมื่อประมาณ 4-5ปีที่แล้ว ก็ได้นั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม ไป-มา  ก็ดีและเห็นผลว่าจากคนที่เคยใจร้อนมาก กลับเป็นคนใจเย็นขึ้น (นิดหนึ่ง แต่ก็ดีกว่าเดิม ^_^)  พอเมื่อประมาณปลายปีที่แล้วได้มีน้องที่ทำงานได้เข้ามาแนะนำ ให้รู้จัก การหัดรู้ หัดดูจิต ก็เริ่มทำมา เราจะเห็นตัวเองมากขึ้นไม่ต้องเพ่งด้วย ดูมันเฉยๆ เช่น โกรธ ก็ให้รู้ว่าโกรธ  อยาก ก็ให้รู้ว่าอยาก  ดีนะ ลองดูกันนะ จากวันหนึ่งที่ศีลห้าเราไม่ครบ มันจะดีขึ้นเป็นลำดับ....ไม่อยากให้คิดเหมือนเราว่า ไม่เป็นไรชาตินี้ทำไปตามบุญ ตามเกิด  เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า ชาติหน้าเราจะเกิดเป็นอะไร เราจะเกิดมาเป็นคน และได้เจอ พุทธศาสนาที่ยังมีครูบาอาจารย์ที่ดี...อีกเมื่อใด  _/\_ 

ออฟไลน์ jamebondy009

  • Sr. Member
  • กระทู้: 918
  • Karma: +13/-4
  • แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2008, 09:06:22 AM »
เป็นกำลังใจให้ครับ คุณkaew..kk  อย่างที่อาจารย์อ๋อว่าครับ ถึงเหนื่อยหน่อย เครียดหน่อย ลำบากยากเย็นแสนเข็ญ แต่มันก็เป็นอะไรที่มีความสุข เป็นความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้ให้เหมือนที่คุณได้ให้กับทุกทุกคน ถึงแม้จะเป็นบางเวลาที่ไม่สามารถจะหาเวลาให้กับตัวเองได้ แต่ลองมองกลับไปสิครับ คุณจะเห็นว่าสิ่งที่คุณได้ทำไว้ มันอาจจะด้อยค่าและไม่มีประโยชน์สำหรับคุณ แต่สำหรับความสุขใจที่เขาได้รับ ไม่ว่าจะเป็นลูก สามี หรือคุณพ่อคุณแม่ แววตามแห่งความสุขมันทำให้คุณรู้สึกได้ว่าสิ่งที่คุณได้ทำไว้มันยิ่งใหญ่มากแค่ไหน  เวลานี้ผมให้แต่ลูก ภริยา และญาติพี่น้อง แต่พ่อแม่ให้ไม่ได้ซะแหล่วท่านได้ไปสู่แดนสุขาวดีหมดแล้ว เป็นอะไรที่เสียใจที่ไม่ได้ให้ท่านอีกแล้ว เสียดายเวลาเสียดายโอกาส ได้แต่นึกว่าถ้าท่านอยู่กับเราคงจะดี  เวลานี้ผมชอบคิดถึงเพลง "วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก"  ตอนนี้รู้สึกจริง จริง

ออฟไลน์ Magnetom

  • Newbie
  • กระทู้: 7
  • Karma: +0/-0
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: มีนาคม 01, 2009, 05:26:12 PM »
ขอขอบคุณพี่อ๋อ และทีมงานที่นำเสนอสิ่งที่เป็นประโชชน์
เป็นไปตามหลักเหตุและผล ไม่หลงเชื่อไปอย่างงมง่ายไรสาระและประโยชน์

สำหรับผมที่ทำคือเวลานอน
นอนราบ เอามือทั้งสองประสานกันไว้ที่ช่วงท้อง นอนหลับตา ภาวนา พุทโธ

   เริ่มจากตั้งสติให้อยู่ในปัจจุบัน หยุดคิดได้ตามใจปราถณา พึงระงับความคิด และปล่อยอารมณ์ทั้งหมด
ต่อมาเฝ้าดูจิตพักสงบ ไม่บังคับจิต เมื่อจิตมีอารมณ์ มองอารมณ์นั้นเฉยอยู่ พิจราณาจากนั้นก็ท้อง "พุทโธ" กำหนดไว้ที่การยุบพองของใต้กระบังลม

การภาวนา "พุทโท" นั้น เพื่อขัดเกลาจิตที่มีขยุะพอกหนา
เมื่อจิตเริ่มเชื่อง เลิกแส่ส่ายไปหาอารมณ์อื่นแล้ว ก็ต้องปล่อยว่างเสีย เลิกภาวนา "พุทโธ"
แล้วตำรงสติ "พิจารณา อารมณ์ของจิต" ว่าจิตเผลอคิดส่อสายไปมา
จนกว่าจิดจะเชื่องมากกว่านั้นจึงพิจารณาให้เห็นความจริงคือ "ไตรลักษณ์ของธรรมชาติ" เห็นความจริงว่า
  อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คืออารมณ์ของจิต มีขึ้น มีลง แล้วหายไป เป็นไปตามไตรลักษณ์

 เป็นการเฝ้าดูจิตใจของตัวเองในทุกปัจจุบันขณะ รู้ตัวว่า ดีใจก็รู้ เสียใจก็รู้ โกรธก็รู้ แล้วก็หายไป
เหมือนกันกับ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และด้บไป เป็นอนัตตา

เป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนครับ
ปล. ท่าทางแล้วแต่ละคนที่ถนัด คือ นั้ง เดิน หรือนอน แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน

"ทุกการเดินทาง ยังต้องมีก้าวแรก เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย"
"เพื่อการปฏิบัติ ก็ต้องมีการเริ่มต้น จึงจะถึงเป้าหมาย"


ออฟไลน์ kaew-kk

  • Apprentice, Sr.
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 310
  • Karma: +13/-1
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #57 เมื่อ: มีนาคม 02, 2009, 12:01:44 AM »
ไม่ได้ตั้งใจเป็นฆาตกร
พี่อ๋อคะ....ช่วยหนูด้วย..เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วหนูขับรถทับลูกหมาตาย  อายุสัก 2-3เดือนได้  หนูขับช้ามากเลย 10-20 KM. เองเพราะกำลังมองหาที่จอดรถ  แต่มันเป็นชุมชนถนนแค่ 2 เลนแถมยังมีรถจอดข้างทางอีกต่างหาก...  จะไถ่บาปด้วยวิธีใดได้บ้าง....กลุ้มมากเลย...มันติดอยู่ในใจตลอดเลย...ไม่ตั้งใจจริงๆเลยค่ะ..ทำงัยดีคะ..

ออฟไลน์ kaew-kk

  • Apprentice, Sr.
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 310
  • Karma: +13/-1
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #58 เมื่อ: มีนาคม 02, 2009, 01:01:08 AM »
อ้อ!..พี่อ๋อคะหนูเรียนรุ่น10  พี่อ๋อจำได้มั๊ยคะที่พี่อ๋ออ่านแปลนบ้านหนูขึ้นบอร์ด  บ้านหนูรถวิ่งเข้ามาจอดตรง ตน.หงษ์ 4 คันเลย   แล้วพี่อ๋อแนะนำว่าให้ตั้งอ่างบัว 4 อ่าง  หนูตั้งแล้วบัวก็ไม่เฉานะพี่..ทั้งๆที่ตอนซื้อพ่อค้าไม่อยากขายให้เลย...เขาบอกว่าหน้าหนาวปลูกยังงัยก็ตาย  (ประมาณว่า..กลัวลูกค้ากลับมาด่าน่ะ )  แต่เรื่องในบ้านซอฟลงมากเลย     ไม่ค่อยทะเลาะกันทั้งๆที่บางเรื่องน่าจะทะเลาะกันก็ไม่เลย.....และดูแม่ก็สบายใจกว่าเดิมมากเลย       และบ้านที่อยู่เป็นที่เช่าพี่อ๋อบอกว่าถ้าเป็นพี่อ๋อ...พี่อ๋อจะย้ายที่ใหม่    ตอนนี้หนูก็กำลังย้ายแล้วนะคะ...ไม่รู้ว่าที่ใหม่จะเวิร์คหรือเปล่าอยากให้พี่อ๋อช่วยดูให้หน่อยค่ะ   อยู่บางนา-ตราด กม.18 เองไม่ไกลจากบ้านพี่อ๋อเลย....( นั่งทางในดูนะค่ะไม่ต้องมาเองก็ได้ )   ที่ดินเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตั้ง  บ้านเลขที่ 56/35
-  บ้านอยู่มังกร  ชั้นบนเป็นสต็อคของทำก่อสร้าง 
-  หงษ์เป็นห้องเก็บเครื่องมือเช่น สว่าน เคื่องตัดปูน-เหล็ก  เอาไปใช้นอกสถานที่  และสต็อคของทำไฟฟ้า-ประปา 
-  รถของบ้านเข้าและจอดลูกหงษ์ในหงษ์   
-  ลูกมังกรณ์ในมังกรเก็บอุปกรณ์ก่อสร้างเช่นไม้แบบ  นั่งร้าน
-  ลูกมังกรเป็นหอพัก 4 ชั้น  39 ห้อง 
   ( เช่าที่ดินและหอพัก  เราดูแลเองตอนนี้มีคนเช่าอยู่ 35 ห้อง...ประมาณว่าได้ค่านม + ค่าเทอมลูกนะค่ะ  ;D)
-  ลูกหงษ์เป็นที่จอดรถของหอพัก
 ***  อยากได้ฤกษ์เข้าบ้านใหม่จากพี่อ๋อด้วย...จะได้เฮงๆ...มีเงินเลี้ยงคนในบ้าน..และลูกอีก 2 ค่ะ  ต้องย้ายก่อนสิ้นเดือนมีนา.....หนูอยากได้ฤกษ์จากพี่อ๋อจริงๆนะคะ....แล้วหนูจะรอคะ   
ปล. ตอนเริ่มทำไม่มีเงินเลย...แต่ตอนนี้ใกล้เสร็จแล้วค่ะ   แม่กับลูกชอบมากเพราะมี่ที่เล่นเยอะ   หายเหนื่อยเลยค่ะ   
      หนูจะรอฤกษ์จากพี่อ๋อ....จริงๆนะคะ  ไม่งั้น..ไม่ย้ายบ้านด้วย...นะคะ..นะคะ 
                        ให้ฤกษ์ลูกศิษย์นะคะ...กราบล่ะค่ะ   อยากได้จากครูจริงๆ
;D ;D

a_piyatida

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #59 เมื่อ: มีนาคม 26, 2009, 02:32:31 PM »
พี่อ๋อค่ะ คือว่าหนูมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ  ยังไงรบกวนพี่อ๋อช่วยอ่านหน่อยนะค่ะ เพราะ story ยาวมากค่ะ งั้นเริ่มเลยล่ะกันคือเมื่อประมาณปลายปีที่แล้วพี่สาวหนู (เป็นพี่ที่นับถือกันที่ทำงานค่ะ) วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ จู่ ๆ เค้าก็โทรมาหาแต่เช้าเลย มาบอกว่าให้ไปบวชชีพราหมณ์กับพี่นะ พรุ่งนี้เลยให้เตรียมชุดขาวมาด้วย แล้วก็ตัดผมสั้นด้วย พี่ตัดแล้ว ก็แบบงง ๆ อ่ะค่ะ (ยังไม่ตื่นเลย) ก็ได้แต่ค่ะ ๆ ไป แล้วก็ถามพี่เค้าไปว่า
               น้อง : พี่เป็นไรเปล่า ทำไมเสียงเป็นแบบนี้
               พี่    : เข้าใจพี่นะ เพราะเธอเป็นน้องพี่ รักพี่ใช่ไหม มีเธอแล้วก็มีพี่อีกคนนึงที่ต้องบวชนะ
               น้อง : อือ ค่ะ รักซิ
               พี่    :  ถ้ารักก็ต้องช่วยพี่นะ ถ้าไม่อยากให้พี่ตาย แค่นี้นะพี่ต้องไปแล้ว
แล้วก็วางสายไป เราก็งงๆ อ่ะค่ะ เลยโทรหาพี่อีกคนนึงที่พี่เค้าเอ่ยถึง พี่เค้าก็งง ๆ เหมือนกัน เพราะพี่สาวคนนั้นเค้าไปหาพี่อีกคนที่บ้านแล้วก็ไปกราบขอขมาพ่อกะแม่ของพี่อีกคน พี่สาวเค้าเอากรรไกรตัดผมตัวเองซะแหว่งไปหมด แถมมีร่องรอยการทำร้ายตัวเองด้วย ซึ่งก่อนหน้านั้นตอนคืนวันเสาร์ พี่สาวเค้าเล่าว่าเค้าเห็นว่าชาติที่แล้วเค้าเป็นอะไร เค้าบอกว่าเราสามคน เป็นพี่น้องกัน แล้วพ่อแม่ของพี่อีกคนเคยเป็นพ่อแม่เค้าเมื่อชาติก่อนแล้วพี่สาวเค้าเคยทำให้พ่อแม่เสียใจมาก ก็เลยต้องมาขอขมา แล้วเค้าก็กินธูป กินพวกใบไม้ ใบบอน เพราะเค้าบอกว่าตัวเค้าเองปากไม่ดี เลยต้องรับโทษแบบนี้  หลังจากที่รู้เรื่องนี้แล้วหนูก็โทรไปหาพี่สาวคนนั้นอีก
                    น้อง : ฮัลโหล พี่ค่ะ เรื่องที่จะบวชอ่ะ ต้องด่วนขนาดนั้นเลยเหรอ
                    พี่    : ใช่ ต้องทำไม่อย่างนั้นเค้าจะมาเอาชีวิตพี่ไป อยากให้พี่ตายหรือเปล่าล่ะ
                    น้อง : เฮ้ย ! ขนาดนั้นเลยเหรอพี่ แล้วเค้าอ่ะใคร
                    พี่     : เมื่อคืนพี่นั่งสมาธิ แล้วพี่เห็นชาติที่แล้วของพี่ แล้วก็มีใครนักก็ไม่รู้เค้าจะมาใช้ร่างพี่ (ประมาณว่ามีองค์อ่ะค่ะ)
                      น้อง : แล้วใครบ้างละค่ะ
                      พี่    : ที่แน่ ๆคือ พระสิวลี แล้วก็มีพระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พี่จะต้องถือพรมจรรย์  เพราะมีพระสิวลี แต่พี่ขอเค้าไว้ว่าไม่ได้ เพราะพี่เจอพระรายณ์แล้ว 
                      น้อง : แล้วพระนารายณ์ เป็นใคร
                      พี่    : คนนั้นแหละ (พี่เค้าไปปิ๊งผู้ชายคนนึงอยู่ค่ะพี่อ๋อ)
                      น้อง : อ้อ ค่ะ (ในใจคิดว่ายังไงก็ไม่บวชอ่ะ แต่จะทำยังไงดีไม่ให้พี่เค้าเสียใจ)
                หลังจากวางสายไปก็มาคุยกะแฟนว่าจะทำยังไงดี แฟนบอกว่าก็ตามใจอยากบวชก็ได้ ก็เลยบอกไปว่าไม่ได้อยากบวช แต่คงยอมตัดผมให้อ่ะ แฟนก็บอกแล้วแต่ตามใจละกัน  พอตอนเย็นพี่เค้าก็โทรมาหาอีก คราวนี้บอกว่าไม่ต้องบวชแล้ว พี่ขอเค้าแล้ว (ขอใครหว่า) แต่ยังไงก็ต้องตัดผม (อืมค่ะ ยังไงก็ได้ กะว่าเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยไปดูอาการที่ออฟฟิศ แล้วค่อยตัดสินใจต่อ)
วันจันทร์ มาถึงออฟฟิศ พี่เค้าให้พี่อีกคนที่ออฟฟิศที่เกิดปีมะโรง เก็บเครื่องรางของขลังที่เค้าเคยได้มาให้เอาไปไว้ที่วัดให้หมด เค้าบอกว่าเดินกันคนละสายแล้ว (คือเมื่อก่อนพี่เค้าเคยนับถือหมอดูตาทิพย์คนนึงมาก ๆ ) แล้วจู่ ๆ ก็มาบอกว่าคนละสายกัน แล้วก็เอาของที่เคยได้มาจากหมอดูคนนี้ไปทิ้งหมดเลย   แล้วหลังจากนั้นพี่คนนี้เค้าก็เงียบ ๆ ไปเป็นสัปดาห์ แต่เวลาเจอใครเค้าก็มักจะเข้าไปทักแล้วก็พูดแนะนำสั่งสอนเรื่องเวรกรรม เรื่องบาปบุญ ทุกคนเค้าก็มองพี่เค้าแปลก ๆ แต่พี่เค้าบอกว่าที่เค้าทำแบบนี้เพราะเค้าต้องช่วยคน สร้างกุศล  (ไอ้การช่วยคนสร้างกุศล มันก็ดีอยู่หรอก แต่วิธีที่พี่เค้าใช้นะ มันค่อนข้างแปลก ๆ สำหรับคนทั่วไปอ่ะค่ะ)   พอผ่านไปสักพักพี่เค้าก็กลับมาเป็นคนที่ร่าเริง เหมือนเดิม  แต่เท่าที่หนูสังเกตดู หนูว่ายังไงพี่เค้าก็ยังไม่ปกติอยู่ดี จนมาเมื่อไม่นานมานี้ประมาณต้นเดือนมีนาคม ก็เริ่มขึ้นอีกแล้ว (หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นพี่เค้าก็นั่งสมาธิทุกวัน เช้า-เย็นเลย) พี่อ๋ออย่าเพิ่งเบื่อนะค่ะ
        เช้าวันที่ 12 มีนาคม มาทำงานเห็นความผิดปกติของพี่สาวคนนี้อีกแล้ว เพราะพี่เค้าเงียบแล้วก็ไม่พูดอะไร  พอตอนบ่ายก็ออกไปข้างนอก มารู้ภายหลังว่าเค้าไปที่วัดมาเพื่อไปขอขมาหลวงพ่อที่วัด (เอาอีกแล้ว อาการแบบนี้อีกแล้ว ขอขมาอีกแล้ว) 
        วันที่ 13 พี่เค้าบอกว่าตอนบ่ายจะไปหาพระอีกรูปนึง เพราะเค้าต้องไปขอขมาด้วย แล้วพี่เค้าก็ชวนหนูไปด้วย อืม ไปก็ไป ดีกว่าปล่อยให้ไปคนเดียว จะได้รู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่เค้า  พอตกลงไปก็เกิดเรื่องเลย
                      พี่   :  เธอรู้ใช่ไม๊ว่าทำไมพี่ถึงให้เธอไป เพราะพี่คิดว่าถึงเวลาแล้ว แต่สำหรับพี่อีกคนเค้าคงยังไม่ถึงเวลา พี่ก็เลยไม่ชวน
                     น้อง : ค่ะ (จะรู้ได้ไงเล่า)
                     พี่    : เมื่อวานพี่ไปหาหลวงพ่อ กับปู่มา (ปู่ คือพระรูปนึงที่คนที่นี่เค้านับถือว่าเป็นหลวงปู่เทพอุดรค่ะ) พี่แปลกใจมาเลย หลวงพ่อบอกกับพี่ตอนที่เจิมหน้าผาก รดน้ำมนต์ว่า พ้นวิบากกรรมแล้วนะ แล้วก็พูดอะไรอีกก็ไม่รู้ พี่ไม่เข้าใจ (ซึ่งหนูเข้าใจว่าคงเป็นการให้พรตามแบบฉบับของหลวงพ่อนั่นแหละ) แต่พี่...ที่เขาเป็นคนพาไป เค้าบอกว่าหลวงพ่อพูดภาษาเทพ อ่ะ พี่ไม่เข้าใจเลย
                      น้อง : (อย่าว่าแต่พี่เลยหนูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ)
                      พี่    : แล้วพอพี่ไปหาปู่นะ ปู่เค้าก็ให้สิ่งนี้พี่มา ท่านบอกว่าถึงเวลาคืนให้เจ้าของ (เป็นเหมือนหินใส ๆ เม็ดรี ๆ เป็นรูปไข่ สีชมพู ซึ่งหนู เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่หลายๆ คน ใช้คำว่า ดวงตาพญานาคหรือเปล่า) 
                      น้อง : สวยดีนะค่ะ
                      พี่  : เมื่อวานมันไม่ใช่สีนี้นะ สีอ่อนกว่านี้ แล้วปู่บอกว่า เมื่อชาติก่อนพี่เป็นพญานาค ซึ่งเป็นคู่ของปู่ และของปู่ก็มีเหมือนกันเป็นสีขาวใส ๆ และนี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่พี่จะต้องถือพรมจรรย์ ไม่สามารถที่คู่ได้ เพราะคู่ของพี่ท่านได้บวชแล้ว และเธอก็ต้องถือศีล 8 กับพี่ กินมังสวิรัต ตั้งแต่วันนี้ 15 วัน นะ แล้วจะดีกับตัวเธอเองนะ
                      น้อง : ก็ได้พี่ (วันนั้นก็เลยทานมังสวิรัติกับพี่เค้าไปเลย)
         พอประมาณบ่ายก็ออกไปหาพระรูปนั้น (ขออนุญาตเรียกว่า ครูบา)  แต่พอออกมาก็เจอพี่.... (คนเดียวกับที่บอกว่าหลวงพ่อพูดภาษาเทพ)  ไปด้วย แล้วก็พี่คนที่เป็นเจ้าของบ้านที่จะไปพบครูบา  ระหว่างทางก็มีการพูดคุยกัน
                      พี่ : เนี่ยไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันร้อนไปหมด นั่งสมาธิไม่ได้เลย เห็นแว้บไป แว้บมา ไม่สงบเลย
                   พี่... : แล้วเห็นอะไรบ้างล่ะ
 (เอาอีกแล้ว เจ๊คนนี้ชอบนำเข้าประเด็นจริง ๆ เลย)
        พี่เจ้าของบ้าน: เค้าเรียกว่าจิตปรุงแต่งนะ แบบนี้ ต้องรู้จักปล่อยวาง                           
(เฮ้อ เห็นด้วยกะพี่เจ้าของบ้าน)ด้วยความที่หนูเป็นเด็กที่สุดในรถ ก็เลยได้แต่นั่งฟังเฉย ๆ เก็บข้อมูลอย่างเดียว  เพราะตลอดทางหัวข้อสนทนาก็จะมีแต่ประมาณนี้
          หลังจากที่ได้พบครูบาแล้ว ก็รู้สึกดีขึ้นเพราะท่านได้สอนและอธิบายให้พี่สาวฟังตามหลักพระพุทธศาสนา ตามธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์  ซึ่งทุกอย่างมีเหตุและมีผล หนูก็เข้าใจว่าพี่เค้าโอเค หายแล้ว
          แต่พอมาวันจันทร์  พี่เค้ามาบอกหนูว่า วันนั้นเค้าไม่ได้คุยกับครูบา  แต่เป็นท่านอาจารย์จี้กง เค้ารู้สึกได้ (เอาอีกแล้ว ยังไม่หายเหรอเนี่ย) แล้วเค้าก็บอกอีกว่า รู้แล้วว่าท่านให้หนังสือมาทำไม
            หนู  : พี่ค่ะ หนังสือนั่นนะ พี่เจ้าของบ้านเค้าให้มาอ่านระหว่างนั่งรอครูบานะค่ะ
            พี่   : ไม่ ครูบาเป็นคนให้ แล้วให้พี่เอามาให้.... (เป็นน้องที่ทำงาน ซึ่งเค้ากำลังมีปัญหาเพราะญาติผู้ใหญ่ที่เค้ารักมากำลังป่วยอยู่)
            หนู  : อือ พี่จะให้ใครก็ได้ แต่ไม่ใช่ครูบาให้  พี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า  ที่พี่เป็นแบบนี้หนูว่าเป็นเพราะพี่เก็บอะไรไว้มากเกินไปหรือเปล่า แล้วพี่คิดว่าพี่จะแก้คนเดียวได้หมดเหรอ พี่ค่ะปัญหาของคนอื่นที่พี่ไปแก้ให้เขาได้ ก็เพราะไม่ใช่ปัญหาของพี่ พี่เป็นคนที่มองจากข้างนอกเข้าไป  แต่นี่เป็นปัญหาของพี่ พี่ไม่ลองให้คนข้างนอกช่วยมองบ้างเหรอ หนูรู้ว่าพี่เป็นคนเก่งคนฉลาด  แต่หนูก็คิดว่ามันก็ต้องมีบางเรื่องแหละที่หนูอาจจะฉลาดกว่าพี่ก็ได้ พี่ปล่อยวางบ้างซิค่ะ............ (แล้วก็พูดอะไรอีกยืดยาว ให้พี่เค้าฟัง พี่เค้าก็ฟังนะ แล้วเค้าก็ยอมรับในสิ่งที่หนูบอกเค้า)
         แต่พอวันรุ่งขึ้น พี่เค้าไม่มาทำงาน เพราะเค้าจาไปบวชชีพราหมณ์  ก็เลยโทรไปคุยกะคนที่บ้านเค้า ที่บ้านเค้าก็เป็นห่วงเพราะเค้าไม่ค่อยคุยกะใคร แต่มาที่ออฟฟิศเค้าคุยกะหนูเพราะเค้าคิดว่าหนูก็มีองค์เหมือนกัน  แล้วอยู่ที่บ้านเค้าจะเชื่อฟังแต่พี่ชายเค้า เพราะเค้าเชื่อว่าพี่ชายเค้ามีปู่ฤาษีตาไฟ เค้าก็เลยเชื่อฟัง
          ขณะที่หนูเขียนมาเล่าให้พี่อ๋ออ่านเนี่ยนะค่ะ พี่เค้ายังไม่มาทำงาน  แต่พรุ่งนี้พี่เค้าบอกว่าจะมาทำงานเพราะถือศีลครบแล้ว  และหนูต้องรับหน้าที่จากพี่ ๆ ในออฟฟิศ ให้เป็นคนคอยดูแลเค้า เพราะพรุ่งนี้พี่อีกคนเค้าจะไม่มาทำงาน  หนูก็เลยมาเล่าให้พี่อ๋ออ่านเผื่อพี่อ๋อจะมีแนวคิดให้หนูได้บ้าง  เพราะดูจากอาการแล้วหนูว่าพี่เค้าหลุดโลกมากไปหน่อย (พื้นฐานพี่คนนี้เค้าเป็นคนสวย รวย เก่ง พี่เค้าเคยผิดหวังเรื่องความรักมา แต่มันก็ตั้งนานแล้ว แต่ช่วงก่อนหน้าที่จะเป็นแบบนี้ พี่เค้าได้ไปรับรู้เรื่องราวชีวิตของแฟนเก่า ซึ่งเค้าก็ได้แต่งงานไปแล้วชีวิตก็ก้าวหน้า  กลัวว่าพี่เค้าจะคิดมากว่าทำไมผู้ชายซึ่งเป็นคนทำให้เค้าเสียใจ ทำไมถึงได้มีความสุข ในขณะที่เค้าก็ยังไม่มีใครเลย) พี่อ๋อขา พี่อ๋อว่าจะเป็นไปได้ไหมค่ะ ยังไงพี่อ๋อช่วยหนูด้วยนะค่ะ เพระหนูรู้สึกผิดเหมือนกับว่าหนูกำลังทำร้ายพี่เค้าอยู่ค่ะ ถ้าหนูปล่อยให้พี่เค้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หนูอยากช่วยให้พี่เค้าเจอทางสว่างในสิ่งที่ใช่สำหรับเค้าจริง ๆ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เค้ากำลังสับสนอยู่ค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 03, 2009, 09:02:59 PM โดย a_piyatida »

ออฟไลน์ Aur

  • Fengshui Master
  • Hero Member
  • ******
  • กระทู้: 1098
  • Karma: +314/-39
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: มีนาคม 29, 2009, 07:48:27 AM »
เอาเป็นว่าว่างไหมละวันอังคารนี้บอกเค้าว่า มาหาพี่คนหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ของพระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นผู้ที่ทำให้หมดทุกข์ได้ แล้วถ้าเค้ายอมก็เอาเค้ามาหาพี่อ๋อที่ร้านนะ พี่อ๋อจะเข้าร้านตั้งแต่ ๑๐ โมง ถ้ามาได้ก็จะได้เจอกันนะจ๊ะ

a_piyatida

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: มีนาคม 30, 2009, 04:10:26 PM »
ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ พี่อ๋อ แต่พอดีวันอังคารนี้มีประชุมที่บริษัทอ่ะค่ะ ไว้โอกาสหน้านะค่ะ ถ้ามีโอกาสหนูจะพาพี่คนนี้ไปเจอพี่อ๋อให้ได้เลยค่ะ

a_piyatida

  • บุคคลทั่วไป
Re: ปฏิบัติกันเถอะ
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 04:16:21 PM »
วันนี้ได้เจอพี่อ๋อแล้ว พี่สาวหนูเค้าบอกว่าต้องขอบคุณพี่อ๋อมากเลย หนูลุ้นแทบแย่ว่ากลับมาแล้วจะโดนว่าไม่เนี่ย ผิดคาดพี่เค้าบอกว่าพี่อ๋อด่าได้โดนใจดี ทำให้เข้าใจเลย (พวกชอบซาดิสก์ เปล่าเนี่ยต้องให้ใช้ความรุนแรง) พี่เค้าบอกว่าตอนที่พี่อ๋อพูดนะ เค้าอยากจะร้องไห้มากเลย เพราะพี่อ๋อทำให้เค้าเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง ทั้งที่หาคำตอบมานาน สุดท้ายก็เข้าใจที่พี่อ๋อเนี่ยแหละ พี่เค้าบอกว่าชอบพี่อ๋อพูดสะใจดี (ซาดิสก์แหง๋ ๆ อ่ะ) ขอบคุณพี่อ๋อ และทุกคนอีกทีนะค่ะ ;D

 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.261 วินาที กับ 18 คำสั่ง