อ๋อซียูดอทเน็ต - aurseeyou.net

 

ผู้เขียน หัวข้อ: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ  (อ่าน 3831 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ aor_9137

  • Newbie
  • กระทู้: 17
  • Karma: +1/-0
อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2010, 01:42:05 PM »
อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ วิธีบูชา และมีพุทธคุณอะไรบ้างค่ะ พอดีได้มานะค่ะ

ออฟไลน์ น้ำฝน..

  • Apprentice, Sr.
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • Karma: +24/-4
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2010, 05:28:42 PM »
 :)  .. เท่าที่จำได้นะคะ เคยได้ยินพี่อ๋อเล่าว่าครุฑเป็นสัญลักษณ์ของเชื้อพระวงศ์,
     ของกษัตริย์ ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะครอบครอง หรือนำเข้าบ้านได้คะ..  :)

ออฟไลน์ aor_9137

  • Newbie
  • กระทู้: 17
  • Karma: +1/-0
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2010, 05:32:01 PM »
แล้วต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ได้มาเป็นองค์เต็ม องค์เล็กประมาณห้อยคอได้ค่ะ

ออฟไลน์ น้ำฝน..

  • Apprentice, Sr.
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • Karma: +24/-4
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2010, 07:54:28 PM »
 :)  ..แนะนำแบบนี้นะคะ
     ถ้าไม่ถือก็ให้เก็บเอาไว้..
     แต่ถ้าไม่สบายใจแนะนำให้นำขายไปนะคะ.. :)

ออฟไลน์ doggypunk

  • Newbie
  • กระทู้: 5
  • Karma: +0/-0
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2010, 04:13:12 AM »
ครุฑที่คุณได้มาน่าจะเป็นของหลวงพ่อวราห์ แต่มีอีกหลายเกจิสร้างออกมาครับ ครุฑที่มีข้อห้ามคือนำมาใช่ในทางสัญญลักษณ์เช่น ธง ตราประทับ อันนั้นห้ามเพราะเป็นของที่ใช้ในพระมหากษัตริย์ เพราะถือว่าเป็นสมมติเทพ องค็นารายณ์ ซึ่งมีครุฑเป็นพาหนะ แต่ที่เป็นองค์เล็กๆนั่นทำมาในลักษณ์ พระเครื่อง เครื่องรางครับ ไม่มีข้อห้าม เลี่ยมแขวนได้ครับ ขออนุญาตตอบเพราะผมศึกษาพระเครื่องครับ

ออฟไลน์ หางอึ่ง

  • Newbie
  • กระทู้: 2
  • Karma: +0/-0
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2010, 01:12:13 PM »
ขออนุญาติตอบครับ
ก็บูชาเหมือนทั่วไปครับ เพราะเป็นแบบห้อยคอ
ตั้งนะโม สาม จบ

อะหังครุฑโธ อาคะ โตอัสสะมิ นาคะราเช อัปเปหิ อุทธังนาโค เหฏโฐ ครุฑโธ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณังอิติ

แล้วก็ให้ท่านคุ้มครองนะ
พุทธคุณเหรอ  แล้วแต่ว่าได้มาจากที่ไหน ประมาณ เมตตา บารมี กันอาถรรพ์ ประมาณนี้


ออฟไลน์ spichit

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 993
  • Karma: +55/-1
  • คนมีธรรมะในใจ คือคนที่สงบนิ่งได้แม้มีลมพายุมา
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2010, 12:26:13 AM »
บารมีแห่งพญาครุฑ

สู่ความเจริญรุ่งเรืองแห่งชีวิต

ตำนานพญาครุฑ
ในตำนานเมืองฟ้าป่าหิมพานต์นั้นมีเรื่องราวของสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์มากมายหลายชนิดเช่น ราชสีห์ คชสีห์ อันมีลำตัวเป็นสิงห์แต่มีศีรษะเป็นช้าง กินรี กินนรและสัตว์แปลก ๆ อีกมากมาย ในบรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้นมีสองอย่างที่นับว่าเป็นเทพเดรัจฉานมีฤทธิ์มากคือ หนึ่งเป็นพญานาคราชจ้าวแห่งบาดาล และอีกหนึ่งคือพญาครุฑจ้าวแห่งเวหา
นาคและครุฑต่างเป็นสัตว์ที่คู่กันตามตำนาน มีเรื่องราวเล่ากันว่าสัตว์กายสิทธิ์ทั้งสองนี้มีบิดาเดี่ยวกันคือมหาฤาษีกัสยปะเทพบิดรแต่คนละแม่โดยพญาครุฑนั้นมีมารดาเป็นภรรยาหลวง ส่วนนาคนั้นมีแม่เป็นภรรยาคนรอง นางทั้งสองนี้ไม่ถูกกันมีเรื่องกันตลอดจนในที่สุดความผิดใจกันนี้ลามไปถึงลูกของตนด้วย จึงเป็นเหตุให้นาคและครุฑม่ถูกกันในเวลาต่อมา
พญานาคนั้นมีวิมานอันเป็นทิพย์อยู่ในบาดาล ส่วนครุฑก็มีวิมานทิพย์อยู่ที่เชิงเขาไกรลาส กล่าวว่าองค์พญาครุฑนั้นมีนามว่าท้าวเวนไตย เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวสุบรรณ มีกายเป็นรัศมีสีทองมีเดชอำนาจมากที่สุดในหมู่ครุฑทั้งหลายอาศัยเกาะอยู่ตามต้นงิ้ว อาศัยผลงิ้วและน้ำดอกไม้จากต้นงิ้วเป็นอาหารทิพย์ ลูกพญาครุฑจะโตขึ้นนับเวลาอายุเป็นข้างขึ้นข้างแรมตามจันทรคติ เติบโตด้วยบุญกุศลที่เคยทำมา หากลูกครุฑตนใดที่มีบุญญาธิการมามาก อำนาจบุญจะบันดาลให้เกิดผลงิ้วทิพย์และน้ำหวานจากดอกไม้มาบำเรอลูกครุฑตนนั้น ๆ และลูกครุฑตนดังกล่าวจะจำเริญวัยได้อย่างรวดเร็ว
ครุฑเป็นสัตว์กึ่งโอปปาติกะ หรือกึ่งพวกกายทิพย์คล้ายชาวลับแลและพวกพญานาคอยู่อีกมิติหนึ่งจากโลกของเรา ผู้ที่จะสามารถพบเห็นครุฑได้ต้องเคยมีบุญร่วมกับพวกเขามาจึงสามารถรับรู้ถึงกันและกันได้ เหมือนกับผู้ที่สามารถติดต่อกับพญานาคได้ก็เช่นกันล้วนต้องเป็นผู้ที่มีวาสนาต่อกันมาตั้งแต่อดีตทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องสาธารณะที่จะรู้กันได้ทั่วไปเช่นเรื่องสามัญ

ออฟไลน์ spichit

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 993
  • Karma: +55/-1
  • คนมีธรรมะในใจ คือคนที่สงบนิ่งได้แม้มีลมพายุมา
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2010, 12:28:00 AM »
อำนาจพญาครุฑ

            สิทธิอำนาจพญาครุฑสัตว์กายสิทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดสามารถฆ่าให้ตายได้มีอายุยืนเสมือนว่าเป็นอมตะนั้น นับเป็นเรื่องลี้ลับที่ผู้รู้พยายามค้นคว้า และเสาะหาที่มาแห่งพลังอำนาจดังกล่าว จนเกิดการสร้างเครื่องรางต่าง ๆ ขึ้น อำนาจพญาครุฑสามารถจำแนกได้ถึง ๘ ประการ โดยนับเอาอำนาจหลัก ๆ ได้ดังนี้คือ

๑.     เป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นสิทธิอำนาจอันเฉียบขาด

๒.    สามารถลบล้างอาถรรพ์และคุณไสย์ทั้งปวง ภูติผีปิศาจกลัวไม่กล้าเข้าใกล้

๓.    เป็นสื่อนำความเจริญรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ชีวิตหน้าที่การงาน

๔.    ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยเป็นคงกระพัน

๕.    เป็นเมตตามหานิยม

๖.     นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้

๗.    ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคลาภนานาประการ

๘.    สัตว์ร้าย เขี้ยวงาสารพัด งูเงี้ยวเขี้ยวขอ อสรพิษไม่กล้ากล้ำกรายเข้าใกล้ เพราะเกรงตบะบารมีขององค์พญาครุฑเป็นที่สุด

 

อำนาจพญาครุฑยังมีมากกว่านี้อีกมาก แล้วแต่ท่านใดจะรู้จักใช้ ในตำราทางไสยเวทพุทธาคมมีทั้งการใช้ยันต์ครุฑให้ผลดีในทางคงกระพันชาตรี มีนะพญาครุฑใช้ลงตบเข้าหน้าผากเป็นคงกระพันชาตรีกันเขี้ยวงาอสรพิษได้ ทั้งนะพญาครุฑนี้เมื่อประสิทธิ์ลงไปยังตัวคนผู้ใดแล้วยังสามารถทรหดอดทน เดินไกลไม่เหนื่อย เป็นวิชาตัวเบาชั้นยอด และเป็นเมตตามหานิยมชั้นสูงอีกด้วย ยังมีคาถาพญาครุฑซึ่งเมื่อกล่าวพระคาถานี้งูพิษรวมไปจนถึงตะขาบแมงป่องและสัตว์ร้ายต่าง ๆ ทั้งหลายจะหลบหนีไปสิ้นโดยพระคาถาพญาครุฑท่านว่าดังนี้

“โอมพญาครุฑจะเห็นผล หลีกไปให้พ้น พญาหนจะเดินทาง เคาะงอ เคาะงอ”

ก่อนว่าพระคาถานี้ให้นมัสการพระรัตนตรัยเสียก่อนด้วยนะโม ๓ จบและท่องพระคาถานี้ก่อนออกเดินทางตั้งสติส่งจิตไปถึงพญาครุฑจะปลอดภัยทุกประการ

 

สักการะให้ถูกวิธี

            การบูชาพญาครุฑประกอบกับพยาปักษาชาติอันมีฤทธิ์ทั้งหลายนั้น ท่านให้สักการะคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จากนั้นให้ตั้งจิตระลึกถึงพญาครุฑท่าน ด้วยการทำสมาธิภาวนาเป็นสื่อถึงองค์พญาครุฑว่า “ครุฑโธ” จนจิตสงบหรือระลึกชื่อ พญาวายุภักษ์ หรือ ท่องคำว่า “การะวิโก” อันเป็นคาถาหัวใจพญาการเวกก็ว่าได้ จากนั้นเมื่อเห็นว่าจิตสงบลงบังเกิดเสียงนกร้องระงม จากบริเวณที่มีนกอยู่ใกล้ ๆ จนบางครั้งอาจมีนกมาบินเวียนวนอยู่เป็นทักษิณาวัตรอย่างน่าอัศจรรย์ หรือมีฝูงนกมาทานอาหารที่เราเซ่นไหว้ อาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเป็นศุภมงคลอย่างประเสริฐแล้ว สื่อให้เห็นว่าจิตเราพิธีกรรมเราที่ตั้งถึงองค์พญาครุฑและเหล่าพญาปักษาชาติทั้งหลายอันมีฤทธิ์นั้นท่านรับรู้แล้ว และท่านทั้งหลายจะช่วยเหลือเราอย่างสุดวามสามารถโดยตลอด

 

พญานกกับสมถกรรมฐาน

พญานกอย่างพญาครุฑ พญาวายุภักษ์ พญาครุฑ หรือเอกสารที่มีสัญลักษณ์ของพญาครุฑอยู่เพียงเท่านี้ก็เท่ากับว่าท่านมีความเคารพเป็นการบูชาพญาครุฑอย่างหนึ่งไปในตัวและที่สำคัญคือการเคารพต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นการปฏิบัติบูชาต่อพญาครุฑโดยตรงเชื่อแน่ว่าองค์พญาครุฑที่อยู่ในเครื่องหมายราชการ ย่อมปกปักรักษาท่านอย่างแน่นอน และหากท่านหวังผลอย่างยิ่งในการบูชาก็ลองทำกรรมฐานในข้ออาณาปานสติดูเถิดเชื่อแน่ว่าท่านย่อมสามารถส่งจิตถึงองค์พญาครุฑและเหล่าบรรดาเหล่าปักษาชาติทั้งปวงได้แน่นอนครับ


ออฟไลน์ jamebondy009

  • Sr. Member
  • กระทู้: 918
  • Karma: +13/-4
  • แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไป
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2010, 08:51:32 AM »
แจ่มชัดแจ้งมาก ครับคุณspichit 555555

ออฟไลน์ spichit

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 993
  • Karma: +55/-1
  • คนมีธรรมะในใจ คือคนที่สงบนิ่งได้แม้มีลมพายุมา
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2010, 04:04:48 PM »
แจ่มชัดแจ้งมาก ครับคุณspichit 555555
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Ann palmy

  • Newbie
  • กระทู้: 9
  • Karma: +0/-1
  • รัชกร คงคุณาภรณ์
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2010, 03:33:41 PM »
เราก้อมีองค์นึง แขวนไว้หน้ารถที่ขับเป็นประจำ หลวงพ่อให้มา

ดีจังได้คาถาไว้บูชาด้วย

ขอบคุณค่ะ

ann palmy

ออฟไลน์ @ เ จ้ า ฟ้ า @

  • Apprentice, Sr.
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1093
  • Karma: +156/-32
  • ตั้งสติ ดูให้ดีก่อนถาม เดี๋ยวความวิบัติจะมาเยือน
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 07:11:41 AM »
ครุฑที่คุณได้มาน่าจะเป็นของหลวงพ่อวราห์ แต่มีอีกหลายเกจิสร้างออกมาครับ ครุฑที่มีข้อห้ามคือนำมาใช่ในทางสัญญลักษณ์เช่น ธง ตราประทับ อันนั้นห้ามเพราะเป็นของที่ใช้ในพระมหากษัตริย์ เพราะถือว่าเป็นสมมติเทพ องค็นารายณ์ ซึ่งมีครุฑเป็นพาหนะ แต่ที่เป็นองค์เล็กๆนั่นทำมาในลักษณ์ พระเครื่อง เครื่องรางครับ ไม่มีข้อห้าม เลี่ยมแขวนได้ครับ ขออนุญาตตอบเพราะผมศึกษาพระเครื่องครับ
      นี่ขนาดศึกษามาแล้วนะ  หาข้อเท็จที่ถ่องแท้มาแถลงดีกว่า เอาเถอะถ้าคิดว่าดี ก็เชิญตามความต้องการ ไม่ได้มีใครห้ามแต่อย่างใด สิ่งที่พี่อ๋อสอนเพียงแค่ต้องการบอกให้รู้ว่า การนำครุฑเข้าบ้านหรือการนำมาบูชา ต้องได้รับพระราชทานหรือได้รับพระบรมราชานุญาตแล้วเท่านั้น  ขนาดผมก่อนหน้านี้ก้มีปัญหาคือ พ่อเคยให้พระเครื่องห้อยคอของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ไว้องค์นึง ตั้งแต่ผมเด็ก ๆ ใส่มาเกือบ 30 ปี จนมีคราบอะไรไม่รู้มาขึ้นที่องค์พระด้านหลังจนมองไม่เห็น  แต่พอเอาไปเลี่ยมกรอบ ช่างดันขัดออกหมด เห็นเป็นถุงเงินและมีครุฑอยู่ด้านข้าง ก็เริ่มกังขา เพราะกลัว เลยไปถามพี่อ๋อ
     ปรากฏว่าครุฑที่หลวงปู่แหวนนำมาลงไว้ด้านหลังนั้น ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากองค์พระเจ้าอยู่หัว ให้นำมาใช้ได้ ( หม่าม้าพี่อ๋อยังบอกว่าดีนะลูกเก็บไว้ดี ๆ พ่อเราให้มา หลวงปู้่แหวนท่านก็เป็นพระที่ดีด้วย ) ดังนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบุคคลครับ ไม่มีใครมาบังครับให้เชื่อได้  ต้องลองด้วยตัวเองครับ แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อให้ทราบคือ รู้ให้จริง อย่าใช่คำว่า เขาเล่าว่า ครุฑตัวเป็น ๆ เคยเห็นไหมครับ หม่าม้าบ๊วยเคยเห็นมาแล้ว พี่อ๋อก็เพิ่งจะทำให้ผมกับพี่ชายได้สัมผัสกับความศักดิ์สิทธิ และให้รับรู้ได้ว่า ครุฑมีอยู่จริงมาแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน  และวันนี้ผมกับพี่ ๆ อาจจะได้สัมผัสกับครุฑอีกครั้ง ช่างเป็นบุญกับตัวเราจริง ๆ สวัสดีครับ

ออฟไลน์ แมวเหมียว

  • Apprentice, Sr.
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 688
  • Karma: +32/-4
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 10:34:16 AM »
วันนี้ขอให้โชคดีทุกๆคุณเลยนะ. รอฟังอยู่

ออฟไลน์ Mori_pop

  • Newbie
  • กระทู้: 6
  • Karma: +0/-0
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 09, 2011, 05:41:23 AM »
ผมก็ได้แบบเหรียญเล็กๆนำมาติดตัวตลอดเวลาไปที่ไกลๆ ก็มักจะแคล้วคราดตลอดเลยครับ
 
เอามาเล่าให้ฟัง

ออฟไลน์ luckybbbb

  • Newbie
  • กระทู้: 12
  • Karma: +0/-1
  • เกิดมาแล้วได้สร้างบุญเสริมบุญแค่นี้ก็ดีแล้ว
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 09:31:58 PM »
สวัสดีครับเพื่อนๆ อึม แล้วทำไมคุณไม่เอารูปพระของหลวงปู่แหวนกับรูปครุฑมาให้ผมกับเพื่อนๆเห็นเป็นบุญตาบ้างล่ะครับจะรอนะครับ แล้วจริงๆแล้วถ้าตามจริงทีี่ผมรู้ครุฑและก็นาคมีหลายเผ่าไม่ได้มีสายเดียวนะครับบางทีพอพูดเสร็จคนเรามักคิดถึงครุฑและนาคของพระนารายอย่างเดียวทีี่ผมรู้มานะครับความรู้ผมน้อยรอฟังเพื่อนๆดีกว่าครับ ส่วนอาจารย์วราผมก็นับถือท่านเหมือนกันครับแต่ผมไม่มีเวลาได้ไปใหว้ท่านเลยถ้ามีโอกาสผมคงได้ไปเพราะผมชอบไปอยุธยารู้สึกอบอุ่นดีครับ

ออฟไลน์ philharmonic

  • Newbie
  • กระทู้: 5
  • Karma: +0/-0
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2011, 01:29:02 PM »
ขออนุญาตถามด้วยนะคะ  พอดีเห็นเพื่อนผู้หญิงได้แหวนพระมาสังเกตเห็นว่ามีตราครุฑอยู่ด้วย  และใส่นิ้วกลางข้างขวาอยู่  ไม่ทราบว่าเพื่อนนำมาใส่ติดตัว  จะดีไหมคะ 

ออฟไลน์ mukunda

  • Newbie
  • กระทู้: 6
  • Karma: +0/-0
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2011, 10:26:42 PM »
การมีครุฑไว้บูชา ต้องดูที่ตัวเราเเละคนในบ้านว่าเกิดปีมะโรง หรือมะเส็งด้วยหรือป่าว เพราะจะส่งผลเสียกับตัวเราเเละคนในบ้านด้วยครับ

ออฟไลน์ กระต่ายนิ้วเดียว

  • Administrator
  • Sr. Member
  • ******
  • กระทู้: 984
  • Karma: +119/-37
  • There is no place like 127.0.0.1
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2011, 10:06:53 AM »
การมีครุฑไว้บูชา ต้องดูที่ตัวเราเเละคนในบ้านว่าเกิดปีมะโรง หรือมะเส็งด้วยหรือป่าว เพราะจะส่งผลเสียกับตัวเราเเละคนในบ้านด้วยครับ

ไม่ทราบว่าใช้หลักจากอะไรครับ

ออฟไลน์ wimonmas

  • Newbie
  • กระทู้: 7
  • Karma: +0/-0
Re: อยากทราบเรื่องครุฑค่ะ
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2011, 11:46:12 AM »
ขออนุญาตเพิ่มเติมค่ะ ว่าทำไมคนปีมะโรง มะเส็ง ถึงควรระวังในการบูชาครุฑ

ตำนานของครุฑในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เล่าว่าพญาครุฑเป็นบุตรของพระกัศยปมุนีเทพบิดร และนางวินตา พระกัศยปมุนีองค์นี้เป็นฤษีที่มีฤทธิ์เดชมากองค์หนึ่ง และเป็นผู้ให้กำเนิดเทพอีกหลายองค์ในศาสนาพราหมณ์ พระองค์มีชายาหลายองค์ แต่องค์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานพญาครุฑนั้น นอกจากนางวินตาแล้ว ยังมีอีกองค์หนึ่งคือ นางกัทรุ ซึ่งเป็นพี่น้องกับนางวินตาและเป็นมารดาของนาคทั้งปวง
ทั้งสองนางได้ขอพรให้กำเนิดบุตรจากพระกัศยป โดยนางกัทรุได้ขอพรว่าขอให้มีบุตรจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็ได้ให้กำเนิดนาคหนึ่งพันตัว อาศัยอยู่ในแดนบาดาล ส่วนนางวินตาขอบุตรเพียงสององค์และขอให้ลูกมีอำนาจวาสนา เมื่อนางคลอดบุตรปรากฏว่าออกมาเป็นไข่สองฟอง นางทนรอไม่ไหวว่าบุตรของตนจะมีหน้าตาอย่างไร จึงทุบไข่ออกมาฟองหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นเทพบุตรที่มีกายแค่ครึ่งท่อนบนชื่อ อรุณ อรุณเทพบุตรโกรธมารดาของตนที่ทำให้ตนออกจากใข่ก่อนกำหนด จึงสาปให้มารดาของตนเป็นทาสนางกัทรุ และให้บุตรคนที่สองของนางเป็นผู้ช่วยนางให้พ้นจากความเป็นทาส จากนั้นจึงขึ้นไปเป็นสารถีให้กับพระอาทิตย์หรือสุริยเทพ นางวินตาจึงไม่กล้าทุบไข่ฟองที่สองออกมาดู คงรอให้ถึงกำหนดที่บุตรคนที่สองซึ่งก็คือพญาครุฑออกมาจากไข่เอง อนึ่ง เมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกระพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ
ในกาลต่อมา นางกัทรุและนางวินตาได้พนันกันถึงสีของม้าอุไฉศรพที่เกิดคราวกวนเกษียรสมุทรและเป็นสมบัติของพระอินทร์ โดยพนันว่าใครแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายห้าร้อยปี นางวินตาทายว่าม้าสีขาวส่วนนางกัทรุทายว่าสีดำ ซึ่งความจริงม้าเป็นสีขาวดังที่นางวินตาทาย แต่นางกัทรุใช้อุบายให้นาคลูกของตนแปลงเป็นขนสีดำไปแซมอยู่เต็มตัวม้า (บางตำนานว่าให้นาคพ่นพิษใส่ม้าจนเป็นสีดำ) นางวินตาไม่ทราบในอุบายเลยยอมแพ้ ต้องเป็นทาสของนางกัทรุถึงห้าร้อยปี
ภายหลังเมื่อครุฑได้ทราบสาเหตุที่มารดาต้องตกเป็นทาสและได้ทราบเงื่อนไขจากพวกนาคว่า ต้องไปเอาน้ำอมฤตให้นาคเสียก่อนจึงจะให้นางวินตาเป็นไท ครุฑจึงบินไปสวรรค์ไปเอาน้ำอมฤตซึ่งอยู่กับพระจันทร์ แล้วคว้าพระจันทร์มาซ่อนไว้ใต้ปีก แต่ถูกพระอินทร์และทวยเทพติดตามมา และเกิดต่อสู้กันขึ้น ฝ่ายเทวดานั้นไม่อาจเอาชนะได้ โดยเมื่อพระอินทร์ใช้วัชระโจมตีครุฑนั้น ครุฑไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่ครุฑก็จำได้ว่าวัชระเป็นอาวุธที่พระอิศวรประทานให้แก่พระอินทร์ จึงสลัดขนของตนให้หล่นลงไปเส้นหนึ่งเพื่อแสดงความเคารพต่อวัชระและรักษาเกียรติของพระอินทร์ผู้ป็นหัวหน้าของเหล่าเทพ ด้านพระวิษณุหรือพระนารายณ์ก็ได้ออกมาขวางครุฑไว้และสู้รบพญาครุฑด้วยเช่นกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่อาจเอาชนะกันได้ ทั้งสองจึงทำความตกลงยุติศึกต่อกัน โดยพระวิษณุให้พรแก่ครุฑว่าจะให้ครุฑเป็นอมตะและให้อยู่ตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ ส่วนครุฑก็ถวายสัญญาว่าจะเป็นพาหนะของพระวิษณุ และเป็นธงครุฑพ่าห์สำหรับปักอยู่บนรถศึกของพระวิษณุอันเป็นที่สูงกว่า
เมื่อครุฑได้หม้อน้ำอมฤตนั้น พระอินทร์ได้ตามมาขอคืน ครุฑก็บอกว่าตนต้องรักษาสัตย์ที่จะนำไปให้นาคเพื่อไถ่มารดาให้พ้นจากการเป็นทาส และให้พระอินทร์ตามไปเอาคืนเอง ครุฑจึงเอาน้ำอมฤตไปให้นาคโดยวางไว้บนหญ้าคา (และว่าได้ทำน้ำอมฤตหยดบนหญ้าคา 2-3 หยด ด้วยเหตุนี้ หญ้าคาจึงถือเป็นสิ่งมงคลในทางศาสนาพราหมณ์) ส่วนนาคเมื่อเห็นน้ำอมฤตก็ยินดี จึงยอมปล่อยนางวินตาแม่ครุฑให้เป็นอิสระ ขณะพากันไปสรงน้ำชำระกายเพื่อจะมากินน้ำอมฤตนั่นเอง พระอินทร์ก็นำหม้อน้ำอมฤตกลับไป ทำให้นาคไม่ได้กิน พวกนาคจึงเลียที่ใบหญ้าคาด้วยเชื่อว่าอาจมีหยดน้ำอมฤตหลงเหลืออยู่ ทำให้ใบหญ้าคาบาดกลางลิ้นเป็นทางยาว (เรื่องนี้กลายเป็นที่มาว่าทำไมงูจึงมีลิ้นเป็นสองแฉกสืบมาจนทุกวันนี้) แต่นั้นครุฑกับนาคจึงเป็นศัตรูกันมาโดยตลอด และครุฑนั้นก็จะจับนาคกินเป็นอาหารเสมอ
ครุฑมีชายาชื่ออุนนติหรือวินายกา โอรสชื่อ สัมปาติหรือสัมพาที และชฎายุ ตามวรรณคดีพุทธศาสนากล่าวว่าครุฑมีขนาดใหญ่มาก วัดจากปีกข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ 150 โยชน์ เวลากระพือปีกสามารถทำให้เกิดพายุใหญ่ เกิดมืดมนและทำลายบ้านเมืองให้หมดสิ้นไปได้ ที่อยู่ของครุฑเรียกว่า สุบรรณพิภพเป็นวิมานอยู่บนต้นสิมพลีหรือต้นงิ้ว อยู่เชิงเขาพระสุเมรุ
.
ดิฉันเองได้รับตราและสัญญลักษณ์รูปครุฑตกทอดมาจากบรรพบุรุษ (ของพระราชทาน) ก็ได้แต่เก็บไว้เฉย ๆ เพราะหลังจากค้นหาข้อมูลแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างยากในการพกติดตัว (แหวนครุฑต้องถอดทุกครั้งเวลาเข้าห้องน้ำก็กลัวลืมเดี๋ยวหายละยุ่ง เหรียญตราก็หาโอกาสติดออกงานยาก)  เหรียญหลวงปู่แหวนด้านหลังเป็นครุฑยิ่งไม่ค่อยกล้าห้อย (กลัวหายและโดนคนขอ) ผ้ายันต์รูปครุฑเคยติดกระจกเหนือประตูเข้าบ้าน แต่มีคนทักว่าแรงไปเพราะโบราณใช้นำทัพออกศึก (ไม่เข้าใจเหมือนกัน!) เลยเก็บอีก
แต่เชื่อว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจและเจตนา  ถ้มีาศรัทธาอยากบูชาและทำพิธีถูกต้อง(ตามที่ผู้รู้อธิบายไว้แล้วข้างต้น)ก็น่าจะดีนะคะ อย่าคิดมาก...
 


 

 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.438 วินาที กับ 20 คำสั่ง