อ๋อซียูดอทเน็ต - aurseeyou.net

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑  (อ่าน 1873 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Aur

  • Fengshui Master
  • Hero Member
  • ******
  • กระทู้: 1098
  • Karma: +314/-39
ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 01:54:53 PM »
[size=1.35em]หลังจากที่ไม่ได้เขียนอยู่นาน เพราะต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล เรื่องราวต่างๆที่พี่อ๋อจะเขียนเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นได้เพราะเจ้าลูกศิษย์ตัวดีทั้งหลายอยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับอาคม และอยากจะรู้ว่า ทำไมเวลาใช้อาคมต้องเป็นอักษรขอมเท่านั้นหรือ แล้วมีแค่เอเชียหรือที่มีอาคม อีกทั้งวิชาโหราศาสตร์รวมทั้งอาคมทั้งหลายเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ใช้ได้จริงไหมวิชาของพี่อ๋อ ได้มาอ่างไร แล้วใครสอน ฯลฯ
 
คำถามร้อยแปดที่พวกมันตั้งกันทำให้พี่อ๋อต้องกลับไปรื้อตำรามากมายเพื่อที่จะนำมาตอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจ หรือเชื่อกันมากแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้ มันเรียกได้ว่าพิสูจน์ไม่ได้ในสายตาของมนุษย์ มนุษย์กลัวที่สุดคือสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจ จับต้องด้วยความหยาบไม่ได้ ทำให้สิ่งที่จะบอกเล่าต่อไปนี้เป็นเพียงเหมือนตำนาน เรื่องเล่า นิทาน

ผู้มีการศึกษาส่วนใหญ่ ที่มีชีวิตที่อยู่ในโลก เท้าข้างหนึ่งอยู่ในโลกทางจิตวิญญาณ แต่ทางหนึ่งอยู่ทางกายภาพ หัวใจปรารถนาที่จะเชื่อ แต่สติปัญญาปฏิเสธและไม่ยอมรับการมีอยู่  แต่หากเราจะจำได้ผู้รู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางวิทยาศาสตร์ ยามเมื่อมีชีวิตอยู่ได้ประกาศไว้ว่า "สิ่งซึ่งเราไม่อาจหยั่งรู้ได้ มีอยู่จริง เบื้องหลังความลับทางธรรมชาติ (มิได้พูดถึงต้นไม้นะ แต่หมายถึงธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง) ยังคงมีสิ่งที่เข้าใจยาก สัมผัสไม่ได้ และไม่สามารถอธิบายได้" และบุคคลผู้ที่พูดประโยชน์นี้ก็เป็นบุคคลผู้ที่คนทั่วโลกเห็นว่าเค้าเป็นที่ฉลาดที่สุด "อัลเบิร์ต  ไอน์สไตน์" 
 
ประวัติศาสตร์บอกเล่าเรื่องราวมากมายที่มนุษย์ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ แต่มนุษย์ก็ยังคงปฏิเสธที่จะเชื่อ ทั้งๆที่หัวใจเต็มไปด้วยความกลัว

เราเริ่มมีการใช้ เวทมนตร์ รวมทั้งอาคม หรือการยืมพลังงานของเทพ ธรรมชาติมาตั้งแต่เราเริ่มมีอริยธรรม ดังนั้น หากมีผู้ใด ที่บอกว่า เอเชีย เป็นทวีปแรกของการใช้อาคม บอกได้เลยว่าผู้นั้นรู้ไม่จริง เพราะเราเริ่มมีการยืมพลังงานเหล่านี้ เมื่อ ๔๐๐๐ พันปี ก่อนพระพุทธเจ้าถือกำเนิด ชนเผ่าแรกที่นำเอาความรู้และความสามารถต่างๆเหล่านี้มาใช้ เป็นชนเผ่าในบริเวณ เมโสโปเตเมีย หากเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์เราจะรู้ว่า การใช้ ฤกษ์ยามครั้งแรกก็เกิดขึ้นในสมัยนี้เช่นกัน ในภาษาอังกฤษ เรียกมันว่า Planetary Hours ตั้งแต่พี่อ๋อกลับมาที่เมืองไทย หลายคนชอบถามว่า ฝรั่งเค้าเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ มันทำให้รู้สึก ขำมาก
 
เพราะชนเผ่าที่นำมาใช้ก่อนเรารวมทั้งการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้จริง เกิดขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามเราทั้งสิ้น ในขณะที่เค้าพัฒนาและพร้อมจะก้าวด้วยความศัทธาและเชื่ออย่างเต็มเปี่ยม เรากับเดินถอยหลังออกจากสิ่งที่บรรพบุรุษของเราเฝ้ารักษาและพร่ำบอก
 
ยุคของเมโสโปเตเมีย ได้ถ่ายทอดความรู้และวิทยาการต่างๆต่อไปให้กับ ชนเผ่าทางลุ่มแม่น้ำไนล์ คือที่เราเรียกกันว่า อียิปต์ บาบีโลน ฯลฯ และจึงเข้ามาสู่โรม ตลอดมาเรายังคงมีความเชื่อในเรื่องของเทพเจ้าและพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดของธรรมชาติ และหากผู้ใดที่ได้ครอบครองพลังงานนี้ ก็จะได้มาซึ่งทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการ ในสมัยของโรม หากใครไปเที่ยว ในปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีซากวิหารต่างๆมากมาย ซากวิหารแพนธีออน วิหารบูชาไฟแห่งเทพเวสตาผู้เป็นเจ้าแห่งไฟ ผู้รู้แจ้ง ไฟนี้ต้องไม่ดับ เพราะถ้าดับ เทพีผู้ทำหน้าที่จะต้องรับโทษ วิหารนี้เป็นรูปทรงกลม มีช่องเปิดที่พื้น เป็นช่องที่เพลิงศักดิ์สิทธ์แห่งการรู้แจ้ง ได้รับการดูแลโดยภคินีพรหมจรรย์ผู้ทำหน้าที่รับประกันว่าเปลวเพลิงจะไม่มีวันดับ เทพีเหล่านี้จะต้องถือครองพรหมจรรย์ตราบจนอายุ ๓๐ กว่า แล้วหลังจากนั้นก็จะถูกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ความบริสุทธิ์ที่ใกล้เคียงกับเหล่าเทพทั้งหลาย

และเชื่อไหมว่า อเมริกาเองก็คือชนเผ่าที่ถูกส่งมากจากทางยุโรปเพื่อที่จะมาสร้างแผ่นดินใหม่ ผู้คนที่อบยพมาล้วนแล้วแต่มีความเชื่อแบบที่ตนเองได้รับรู้มาจากบรรพบุรุษ ซึ่งเราจะสามารถเห็นได้อยู่แม้ในปัจจุบันเช่น อาคารยูเอสแคปิตอลที่ DC ในห้องโรทันดานี่ก็จะมีรูปร่างเป็นรูปวงกลมและเคยมีแปลวเพลิงที่เราสามารถมองเห็นได้เมื่อมองลงเบื้องล่าง และรัฐบาลก็ได้จ้างสาวพรหมจรรย์เป็นลูกจ้างของรัฐบาลกลางเป็นผู้ดูแลเปลวเพลิง เพียงแต่ ไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมานี้เองที่การเมือง ศาสนา ความเสียหายที่เกิดจากเปลวไฟ ทำให้ความเชื่อต่างต่างเกี่ยวกับเทพเวสตานี้หายไปพร้อมเปลวไฟของตึก

แต่ความเชื่อในเรื่องเทพและเรื่องรี้ลับต่างๆมิได้จางหายไปพร้อมกับเปลวไฟ แต่ยังคงดำเนินเรื่อยมา จากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ไอแซก นิวตัน, ไอน์สไตน์ ฯลฯ ผู้มีปัญญายอดเยียมเหล่านี้ ได้ช่วยให้ความเข้าใจของมนุษย์ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว จากบันทึกจากผู้คนเหล่านี้ เอกสารลับมากมายที่เรามาพบหลังจากบุคคลเหล่านี้จากไป ทำให้เราทราบว่าบุคคลเล่านี้มีความเชื่อในเรื่องของสิ่งลี้ลับ ในปี ค.ศ. ๑๙๓๖ เราพบเอกสารของไอแซก ที่เปิดเผยให้เห็นถึงความลุ่มหลงในศาสตร์โบราณ และพลังงานลี้ลับของธรรมชาติ เราบอกว่าฝรั่งไม่เชื่อเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แต่เราเห็นเรื่องราวนิทานต่างๆที่พวกเค้าต่างบอกเล่าให้ลูกหลานฟัง และปลูกฝั่งอยู่ในจิตสำนึกโดยที่พวกเค้าไม่รู้ตัว เรื่องราวต่างๆของการสู้กันระหว่างความดีและชั่ว พลังอำนาจที่มีและเกิดจากการปฏิบัติของมนุษย์เพื่อเข้าสู่การเป็นมนุษย์กึ่งเทพ อย่างเช่น Merlin Morgan Le Fay, David and Goliath, นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในเรื่องของตัวเลข ที่เราทราบกันว่าฝรั่งกลัวเลข ๑๓ แต่จริงหรือ ถ้าใครมีแบงค์ $ ลองหยิบขึ้นมาดูสิว่า พวกเค้าได้วางอาคมไว้ในสิ่งที่อยู่รอบตัวแค่ไหน เราจะเห็นตราประทับของสหรัฐมีดาว ๑๓ ดวง มีลูกศรอยู่ ๑๓ ดอก พีระมิด ๑๓ ขั้น แถบปิดด้านหน้า ๑๓ แถบ ใบมะกอก ๑๓ ใบ ลูกมะกอก ๑๓ ผล ฯลฯ

นอกจากเลข ๑๓ ยังมีเลข ๓๓ ที่ถือกันว่าเป็นตัวเลขศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งสัจธรรมของพระเจ้า ชาวคริสจะได้รับการบอกเล่าว่า พระเยซูถูกตรึงกางเขนเมื่ออายุ ๓๓ โยเซฟอายุ ๓๓ เมื่อแต่งงานกับมารี พระเยซูทรงแสดงปฏิหาร ๓๓ ครั้ง  พระนามแห่งพระเจ้าได้รับการเอ่ยถึง ๓๓ ครั้งในคัมภีร์เยเนซิศ และแม้ในศาสนาอิสลาม (ซึ่งพระเยซูก็คือนบีของเค้าคนหนึ่งเพียงแต่มิใช้คนสุดท้าย) เชื่อว่าผู้ที่อยู่บนสวรรค์ทั้งหมดจะอายุ ๓๓ ปีเท่านั้น

นอกจากความเชื่อเรื่องตัวเลขแล้ว ความเชื่อในเรื่องฤกษ์ยาม อเมริกาก็ยังมี เช่นในการวางฤกษ์วางแผ่นศิลาของอาคารแคมปิตอล เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๑๗๙๓ เวลา ๑๑:๑๕ ถึง ๑๒:๓๐ สาเหตุที่วางในช่วงวันและเวลานั้นเนื่องจากพระจันทร์สถิตอยู่ในราศีกันย์

หรือการวางศิลาฤกษ์ของสิ่งก่อสร้างที่ Federal Triangle ซึ่งการวางศิลาฤกษ์หรือการวางฤกษ์เวลา เป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ในสมัยเมโสโปเตเมียแล้ว และได้รับการถ่ายทอด แม้กับประเทศที่เกิดใหม่อย่างอเมริกา แล้วเราละ

อียิปต์เป็นแหล่งกำเนิดศาสนา เทพอามอน เทพซุส เทพจูปิเตอร์ (คุ้นไหม อามอน อาเมน) ชนเผ่าโบราณเชื่อว่าการนำศาสตร์มาใช้อย่างถูกต้อง จะนำมาซึ่งพลังอำนาจที่มองไม่เห็น ผู้ที่นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือจะกลายเป็นผู้ที่นำพลังในด้านสว่าง แต่ผู้ที่นำไปใช้ในทางทำลายก็จะกลายเป็นด้านมืด แต่จริงๆแล้วอาคมที่ใช้เหมือนกัน เพียงแต่วัตถุประสงค์ต่างกัน เหมือนการเซ่นไหว้ การสวดภาวนา กับการสังเวยด้วยชีวิต บทสวดแบบเดียวกันใช้ต่างวัตถุประสงค์ และเพราะมนุษย์เป็นแบบนี้เอง การสืบทอดจึงทำได้ยาก แม้แต่พี่อ๋อหลายคนยังชอบถามว่า คำว่าคนดีของพี่อ๋อคืออะไร ทำไมเค้ามองว่าคนนี้ไม่ดีทำไมพี่อ๋อยังรับเป็นศิษย์ พี่อ๋อจะถามต่อว่า คนฆ่าคนก็ยังมีมุมที่ดีเลย แล้วเราบอกได้ไงว่าใครดี มองจากมุมไหน มุมของใคร เพราะถ้าเราดูในสมัยโบราณเราจะเห็นว่าครูคนหนึ่งมีศิษย์อยู่น้อยมาก แม้ลูกก็ยังไม่สอนเลย วิชาหลายๆวิชาจึงสูญหายไปเพราะเช่นนี้ ยาวไปขอแบ่งเป็นอีกตอนละกันนะ
[/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 12, 2010, 04:10:34 PM โดย Aur »

ออฟไลน์ Alek

  • คนดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
  • Apprentice, Sr.
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 492
  • Karma: +27/-6
  • ทำดี ดี ทำชั่ว ชั่ว ทำไงได้งั้นชัวร์ ชัวร์
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 02:48:15 PM »
โห สั้นจัง...เอาอีก ๆ ๆ...ชอบ ๆ  ไม่ต้องอานหนังสือเอง...หลายยยยเล่ม...เอาที่ท่านอาจารย์สรุป
 
เลย..แต่ก็จะได้มุมที่พี่อ๋อสรุปมา...ถ้ายังอยากรู้มุมอื่น...ก็ต้องอ่านเองอยู่ดีเนอะ...เอาเป็นว่า..อ่านพรีวิว
 
ไปก่อน...(ขอบคุณ..ที่สละเวลามาพัฒนาสมองข้าพเจ้า...ขอบคุณ ค่ะ..)
 
...อ้อ..พี่....เอ่อ..สงกรานต์นี้...ไป...ลอยกระทงที่ไหนดีค่ะ..... ;D    ;D    :P

ออฟไลน์ SANTO

  • Apprentice, Sr.
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 133
  • Karma: +37/-1
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 03:19:28 PM »
ว้าว ความรู้เพิ่มเติมอีกแล้ว ไม่เคยรู้เลยว่าส่วนประกอบในแบงค์อเมริกาเป็นเช่นนี้ ได้แต่รับรู้ว่า หนึ่งดอลล่าร์เท่ากับกี่บาท จะได้แลกคืนซะที อุอุ ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวจะรอติดตามตอนต่อไป

ออฟไลน์ ALICE

  • Apprentice, Sr.
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 158
  • Karma: +3/-2
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 03:55:27 PM »
คุณครูของเรามีความรู้กว้างขวางจริงๆ 
มีอาหารสมองป้อนให้อยู่เรื่อยๆ  ช๊อบชอบบบบ  ;D
เอาอีก เอาอีก  ส่งมาเยอะๆ  รอรับอยู่  :) ;) :D ;D

ออฟไลน์ Bebe

  • Apprentice, Sr.
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 234
  • Karma: +15/-2
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 04:14:22 PM »
ขอบคุณลูกศิทย์ตัวดีที่ชั่งถาม ทำให้เราได้ความรู้ไปด้วยนะ
คนช่างถามอย่างนี้ต้องฉลาดมากแน่ๆ แต่ครูเขาฉลาดกว่าที่มีคำตอบให้
ไม่งั้นคนถามก็ไม่ฉลาดขึ้นจริงไหม

ออฟไลน์ nhu...นู๋

  • Apprentice #15
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 194
  • Karma: +3/-0
    • www.jackproperty.net
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 05:00:48 PM »
รออ่านเรื่องราวจากคุณครูเพื่อเพิ่มพูนสมองอันชาญฉลาดของตัวเองมาหลายวันแล้วค่ะครู และแล้วก็ได้อ่าน รออ่านตอนต่อไปนะคะ คุณครูพี่อ๋อที่น่ารักของศิษย์ทุก ๆ คน ...รักพี่อ๋อจัง

ออฟไลน์ forte

  • Jr. Member
  • กระทู้: 75
  • Karma: +0/-0
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 13, 2010, 07:32:50 PM »
ขอบคุณพี่อ๋อมากๆคะ สำหรับน้ำที่นำมาเติมใส่แก้วใบนี้  ;D ;D ;D ;D
ที่เปรียบเทียบตัวเองเป็นแก้วเพราะว่า เคยอ่านหนังสือของอาจารย์ท่านหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้แล้ว)  ;D ;D ;D
ท่านบอกว่า ให้เปรียบตัวเองเป็นแก้วที่พร่องน้ำตลอดเวลา เพราะถ้าเป็นแก้วที่มีน้ำเต็มแ้ก้วนั้น
ถ้าเติมน้ำลงไปแล้ว น้ำนั้นก็จะล้นแก้ว แต่ถ้าเป็นแก้วที่พร่องน้ำ เวลาที่เติมน้ำลงไป มันจะเต็มแก้วพอดี
ด้วยเหตุนี้ โอ๋จึงพยายามทำตัวเป็นแก้วที่พร่องน้ำตลอดเวลา เพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ในสมองตลอดเวลา :) :) :)

( เคยมีคนบอกว่า โอ๋เป็นคนความรู้รอบตัวดีจัง แต่ไม่ได้ดีใจหรอกนะคะที่มีนพูดแบบนี้
เพราะความรู้ในโลกใบนี้ยังมีมากให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะความรู้ของพี่อ๋อ ที่น่าดูดมาใส่สมองตัวเอง
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ;D ;D ;D ) เอ็นซายโคมีเดียของชาว Aur See You  ;D ;D ;D ;D ;D

ออฟไลน์ กระเบื้องสีชมพู

  • Sr. Member
  • กระทู้: 742
  • Karma: +8/-2
  • I LOVE YOU.......... I LOVE AUR SEE YOU
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 13, 2010, 08:28:05 PM »
 :-* :) อยากหนับหนุน  ให้พี่อ๋อ เขียนหนังสือจัง
      จะได้อ่านยามคิดถึง....หรือไว้ใต้หมอน เผื่อว่ามันจะซึบซับ  ฮ่า  ฮ่า.... :-*

ออฟไลน์ pimnisa09

  • Jr. Member
  • กระทู้: 80
  • Karma: +1/-0
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 16, 2010, 10:53:58 PM »
เรื่องดีๆมีมาให้เตือนสติเสมอ ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ mint

  • Newbie
  • กระทู้: 43
  • Karma: +1/-0
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 18, 2010, 10:59:52 PM »
มาอ่านเรื่องราวดีๆ ก่อนเข้านอนคะ พี่อ๋อ ขอบคุณคะ

ออฟไลน์ jamebondy009

  • Sr. Member
  • กระทู้: 918
  • Karma: +13/-4
  • แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไป
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 08:00:26 AM »
ทำให้รู้ ทำให้อยากรู้ แล้วก็ได้รู้ ขอบคุณมากครับ ขอให้คุณอ๋อมีความสุข ไร้โรคาพยาธิ ในวันปีใหม่ไทย + สงกรานต์ครับ

ออฟไลน์ depression

  • Full Member
  • กระทู้: 210
  • Karma: +3/-7
  • สร้างกรรมไว้เช่นไร ต้องได้รับผลกรรมนั้นกลับคืน
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 08:24:47 AM »
... ฮะแอ้ม  วิทยานิพนธ์ ว่าด้วยเรื่องศาสตร์ลี้ลับ ศึกษากรณีคาถา อาคม
    โดย พี่อ๋อ (คนเก่ง) ณ อ๋อซียู

ติดตามอ่านอยู่จ้า....

ออฟไลน์ sunsoon

  • Sr. Member
  • กระทู้: 766
  • Karma: +18/-2
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 09:10:42 AM »
ขอบคุณพี่อ๋อมากครับที่นำคำตอบมาไขปริศนาที่ทุกคนอยากรู้ ไม่เคยนึกมาก่อนว่ายุโรป อเมริกาก็คิดเช่นเดียวกับเรานึกว่าจะมีแต่ทางเอเซียซะอีก ขอบคุณอีกครั้งครับ

ออฟไลน์ pv1819

  • Newbie
  • กระทู้: 9
  • Karma: +0/-1
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 04:17:45 PM »
ชอบมาก ๆ พอดีอ่านตอน 2 ก่อน แต่พอกลับมาอ่านตอน 1 แล้วสุดยอดจริง ขอบอกชอบมาก ๆ   ;) ;) :) :D ;D

ออฟไลน์ cankiwi1405

  • Newbie
  • กระทู้: 9
  • Karma: +0/-0
Re: ความจริงที่มนุษย์ลืม ๑
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 25, 2010, 12:31:54 PM »
จะกลับเข้ามาอ่านใหม่นะคะ

ต้องรีบไปทำธุระค่ะ

ขอบคุณมากนะคะพี่อ๋อ  ซียูแอนด์ซีมี

 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.305 วินาที กับ 18 คำสั่ง